
SET ปิดเหนือ 1,500 จุด รับแรงหนุน DELTA นำตลาด แนวโน้มพรุ่งนี้บวกต่อ
SET ปิดบวก 34 จุด ทะลุ 1,500 จุด รับแรงหนุนหลักจาก DELTA ที่คลายกังวล MSCI ผสานแรงซื้อกลุ่ม ICT มองพรุ่งนี้ดัชนีแกว่งตัวในกรอบ ให้แนวรับ 1,500 จุด แนวต้าน 1,520 จุด
10 หุ้นดันดัชนีวันนี้
ตลาดหุ้นไทย ปิดวันนี้ที่ 1,517.26 จุด เพิ่มขึ้น 33.70 จุด (+2.27%) มูลค่าซื้อขาย 67,660.51 ล้านบาท
นายภูวดล ภูสอดเงิน ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในวันนี้สามารถฟื้นตัวแรงและกลับมายืนเหนือระดับ 1,500 จุดได้อีกครั้ง ซึ่งถือเป็นการปรับตัวขึ้น (Rebound) ที่แข็งแกร่งกว่าตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาค ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายที่ค่อนข้างหนาแน่น
ปัจจัยหนุนหลักมาจากการปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงถึง 10% ของ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ภายหลังจากนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับการปรับน้ำหนักดัชนี MSCI (MSCI Rebalance) ในประเด็นสัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) รวมถึงยังได้รับแรงหนุนจากการที่บริษัทหลักทรัพย์ได้ปรับเพิ่มคำแนะนำการลงทุน ขณะที่ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียยังคงเคลื่อนไหวแบบผสมผสาน เนื่องจากหลายตลาดยังคงถูกกดดันจากความกังวลด้านอัตราเงินเฟ้อและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐอเมริกา
โครงสร้างการปรับตัวขึ้นของดัชนีตลาดหุ้นไทยในวันนี้ ได้รับแรงหนุนจากหุ้นขนาดใหญ่ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว โดย DELTA มีน้ำหนักในการผลักดันดัชนีค่อนข้างสูง ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) เข้ามาช่วยเสริมภาพเชิงบวก นำโดยการฟื้นตัวอย่างโดดเด่นของ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE และ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC นอกจากนี้ ยังพบแรงซื้อในหุ้นกลุ่มพลังงานอย่าง บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP รวมถึงหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมและค้าปลีก ที่มีปัจจัยเฉพาะตัวอย่าง บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MRDIYT ที่ราคาปรับตัวขึ้นแรงจากการถูกนำเข้าคำนวณในดัชนี MSCI Small Cap และมีแรงเก็งกำไรจากโอกาสที่จะได้เข้าคำนวณในดัชนี SET50 รอบใหม่
ขณะเดียวกัน ตลาดยังคงมีแรงขายสลับออกมาในหุ้นบางหลักทรัพย์ อาทิ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL, ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY, บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT, บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC และ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าภาวะตลาดยังคงอยู่ในช่วงของการเลือกซื้อหุ้นรายตัว (Selective Buy) มากกว่าการซื้อกระจายทั้งกระดาน โดยแรงซื้อในวันนี้มีลักษณะของการซื้อคืน (Cover Short) และการไล่ราคา (Chasing) ในหุ้นที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว ซึ่งถือเป็นการกลับมายืนเหนือ 1,500 จุดเพื่อสร้างฐานราคาใหม่ มากกว่าจะเป็นสัญญาณของการเปิดโอกาสการปรับขึ้น (Upside) อย่างกว้างขวางในทันที
สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในวันพรุ่งนี้ คาดการณ์ว่าดัชนีจะเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด โดยการปรับตัวขึ้นอาจเริ่มมีจำกัดหลังจากที่พุ่งแรงในวันนี้ และมีความเสี่ยงที่จะเผชิญแรงขายทำกำไรในระหว่างวัน โดยเฉพาะในกลุ่มหุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรงตาม DELTA และหุ้นกลุ่ม ICT ทั้งนี้ ประเมินว่าแนวรับที่ระดับ 1,500 จุด จะเริ่มทำหน้าที่เป็นฐานราคาใหม่ที่สำคัญ หากดัชนีไม่หลุดระดับดังกล่าว จะถือเป็นจังหวะที่ดีในการทยอยสะสมหุ้นรายตัวตามภาพการหมุนเวียนกลุ่มลงทุน (Sector Rotation) โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าสนใจสะสม ได้แก่ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม, พลังงานหมุนเวียน (Renewable) และรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งมีโอกาสได้รับแรงหนุนจากธีมการลงทุนรอบใหม่และนโยบายจากทางภาครัฐ
ส่วนปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในระยะสั้น คือการประกาศงบการเงินของบริษัทจดทะเบียนในช่วง 2 วันสุดท้าย รวมถึงการจัดประชุมนักวิเคราะห์ (Analyst Meeting) ของหุ้นที่น่าสนใจอย่าง บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA และ บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP ขณะที่ประเด็นในต่างประเทศ ให้ติดตามการพบกันระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาและประธานาธิบดีจีน ซึ่งคาดว่าอาจจะเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนบรรยากาศ (Sentiment) การค้าโลกให้ดีขึ้นได้ โดยวางกลยุทธ์การลงทุนในวันพรุ่งนี้ ประเมินว่าดัชนีจะแกว่งตัวในกรอบ โดยให้จุดรับความเสี่ยงหรือแนวรับไว้ที่ระดับ 1,500 จุด และประเมินแนวต้านไว้ที่ระดับ 1,520 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
DELTA มูลค่าการซื้อขาย 13,243.88 ล้านบาท ปิดที่ 331.00 บาท เพิ่มขึ้น 31.00 บาท
TRUE มูลค่าการซื้อขาย 7,210.86 ล้านบาท ปิดที่ 14.60 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท
ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 3,838.39 ล้านบาท ปิดที่ 355.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 2,644.48 ล้านบาท ปิดที่ 37.00 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,115.01 ล้านบาท ปิดที่ 195.00 บาท ลดลง 1.00 บาท

