คัดสุดยอด! หุ้นบลูชิพ ปี 59 ขึ้นมากกว่าลงโชว์ 19 หุ้นตัวท็อปผลตอบแทนชนะตลาดฯ

คัดสุดยอด! หุ้นบลูชิพ ปี 59 ขึ้นมากกว่าลง โชว์ 19 หุ้นตัวท็อปผลตอบแทนชนะตลาดฯ


คัดสุดยอด”หุ้นบลูชิพ”ปี 59 ขึ้นมากกว่าลง ชู 19 หุ้นตัวท็อปผลตอบแทนชนะตลาดฯ นำโดย CBG, KCE, PTTEP, GPSC, CPF, CPALL, IVL, PTT, HMPRO, ROBINS, BEM, EGCO, SCB, PTTGC, DTAC, TU, CPN, TCAP และ BANPU  

ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการสำรวจราคาหุ้นของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ใน SET50 ปี 2559 โดยเทียบราคาปิด ณ วันที่ 30 ธ.ค.58-30 ธ.ค. 59โดยพบว่าหุ้นส่วนใหญ่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมากกว่าปรับตัวลดลง โดยมีหุ้นที่ปรับตัวขึ้นทั้งหมด 37 ตัว ขณะที่มีหุ้นที่ปรับตัวลง 13 ตัว

ทั้งนี้หากสังเกตหุ้นที่ปรับตัวขึ้น 19 อันดับแรกจะพบว่าให้ผลตอบแทนมากกว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ (SET) และดัชนีกลุ่ม (SET50) นำโดย CBG, KCE, PTTEP, GPSC, CPF, CPALL, IVL, PTT, HMPRO, ROBINS, BEM, EGCO, SCB, PTTGC, DTAC, TU, CPN, TCAP และ BANPU 

โดยดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปี 2559 มาอยู่ที่ระดับ 1542.94 จุด ( 30 ธ.ค.59) บวก 254.92 จุด หรือเพิ่มขึ้น 19.79% จากดัชนีที่ระดับ 1288.02 จุด (30 ธ.ค. 58)ส่วนดัชนี SET50 มาอยู่ที่ 964.84 จุด ( 30 ธ.ค.59) บวก 151.29 จุด หรือเพิ่มขึ้น 18.60% จากดัชนีที่ระดับ 813.55 จุด (30 ธ.ค. 58)

ทั้งนี้ราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรงเนื่องจากผลงานที่ออกมาอย่างโดดเด่น และมีปัจจัยบวกเข้ามาสนับสนุนอย่างต่อเนื่องทำให้หุ้นเป็นที่สนใจของนักลงทุน แต่หากมองอีกด้านหนึ่งหุ้นที่อ่อนตัวลงทั้ง 13 ตัว อาทิ MINT,BA, ADVANC, INTUCH, BLA, BTS, CENTEL, TMB, SAWAD, BH, PS, BEC และ TASCO จึงถือเป็นโอกาสดีที่นักลงทุนจะได้เก็บหุ้นพื้นฐานแกร่งราคาถูก เพราะอย่าลืมว่าหุ้นกลุ่มนี้เป็นที่ต้องการของนักลงทุนในและต่างประเทศ และนักลงทุนสถาบัน ตามตารางประกอบดังนี้

 

หลักทรัพย์  30-ธ.ค.-58 30-ธ.ค.-59  เปลี่ยนแปลง 
 บาท   % 
 CBG           34.50         76.25    41.75   121.01
 KCE           70.00        122.00    52.00    74.29
 PTTEP           57.25         96.25    39.00    68.12
 GPSC           22.20         37.25    15.05    67.79
 CPF           18.30         29.50    11.20    61.20
 CPALL           39.25         62.50    23.25    59.24
 IVL           21.30         33.50    12.20    57.28
 PTT          244.00        372.00   128.00    52.46
 HMPRO             6.80         10.20      3.40    50.00
 ROBINS           43.50         63.50    20.00    45.98
 BEM             5.25           7.45      2.20    41.90
 EGCO          151.50        199.00    47.50    31.35
 SCB          119.50        152.50    33.00    27.62
 PTTGC           50.00         63.00    13.00    26.00
 DTAC           30.25         37.75      7.50    24.79
 TU           17.20         21.00      3.80    22.09
 CPN           47.00         56.75      9.75    20.74
 TCAP           36.50         44.00      7.50    20.55
 BANPU           16.00         19.20      3.20    20.00
 KBANK          150.50        177.50    27.00    17.94
 TPIPL             2.10           2.46      0.36    17.14
 MTLS           21.30         24.70      3.40    15.96
 AOT          346.00        398.00    52.00    15.03
 IRPC             4.30           4.80      0.50    11.63
 TOP           66.00         72.25      6.25      9.47
 TRUE             6.60          7.15      0.55      8.33
 SCC          460.00        496.00    36.00      7.83
 CK           29.00         31.00      2.00      6.90
 GLOW           74.00         79.00      5.00      6.76
 DELTA           76.50         81.50      5.00      6.54
 KTB           16.70         17.70      1.00      5.99
 BBL          152.50        159.50      7.00      4.59
 LH             9.45           9.80      0.35      3.70
 BDMS           22.30         23.10      0.80      3.59
 WHA             2.86           2.96      0.10      3.50
 BCP           33.00         33.50      0.50      1.52
 TTW           10.60         10.70      0.10      0.94
 MINT           36.25         35.75 –    0.50 –    1.38
 BA           23.10         22.70 –    0.40 –    1.73
 ADVANC          152.00        147.00 –    5.00 –    3.29
 INTUCH           52.00         49.75 –    2.25 –    4.33
 BLA           55.50         53.00 –    2.50 –    4.50
 BTS             9.10           8.55 –    0.55 –    6.04
 CENTEL           44.00         39.75 –    4.25 –    9.66
 TMB             2.42           2.10 –    0.32 –  13.22
 SAWAD           47.75         41.25 –    6.50 –  13.61
 BH          211.00        181.00 –  30.00 –  14.22
 PS *          26.50         15.20 –  11.30 –  42.64
 BEC           30.50         16.60 –  13.90 –  45.57
 TASCO           40.50         19.00 –  21.50 –  53.09
***หมายเหตุการณ์จัดการอันดับหุ้น SET50 ครั้งนี้ใช้รายชื่อหลักทรัพย์ที่ใช้คำนวณดัชนีระหว่าง 1 ก.ค. 59 ถึง 31 ธ.ค. 59 ทำให้การจัดอันดับครั้งนี้ยังต้องคงชื่อหุ้น PS หรือปัจจุบันคือ PSH ไว้ในจัดอันดับ

สำหรับสุดยอดหุ้นบลูชิพ”ปี 59 ที่ให้ผลตอบแทนชนะตลาดฯในครั้งนี้จะขอนำเสนอข้อมูลหุ้นเพียง 5 อันดับแรกเท่านั้นประกอบด้วย คือ CBG,KCE, PTTEP,GPSC และ CPF 

อันดับ 1 บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG ราคาหุ้นปี 2559ปรับตัวเพิ่มขึ้น 121.01% จากราคา ณ วันที่ 30 ธ.ค. 58 อยู่ที่ระดับ 34.50บาท บวก 41.75 บาท มาอยู่ที่ 76.25บาท ณ วันที่ 30 ธ.ค.59  ราคาหุ้นปรับตัวแรงส่วนใหญ่ได้ปัจจัยบวกทิศทางธุรกิจที่ยังสดใส และการสร้างกำไรอย่างเนื่องทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นในการเข้าลงทุน

โดยบริษัทมั่นใจรายได้ปี 59 จะเติบโตราว 15-20% จากปีก่อนทำได้ 7.87 พันล้านบาท เนื่องจากบริษัทออกสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องถึง 8 รายการในปีนี้ ได้แก่ สินค้าที่จำหน่ายในประเทศ ได้แก่ น้ำดื่ม 2 ขนาดบรรจุ, กาแฟซองและกาแฟกระป๋อง 2 รสชาติ คือ คาราบาว ริช อโรมา และคาราบาว เอสเปรสโซ  ส่วนสินค้าที่จำหน่ายในต่างประเทศ ได้แก่ คาราบาว Bring it On และคาราบาวผสมโสม

อีกทั้งบริษัทยังมีแผนการทำตลาด ในการเพิ่มจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มประเภทใหม่ผ่านช่องทาง Cash Van โดยในปี 59 จะเพิ่มอีก 6-7 ผลิตภัณฑ์ อย่างไรก็ตามผลิตภัณฑ์ใหม่นี้จะเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ช่วยสนับสนุนยอดขาย 

 

อันดับ 2 บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE ราคาหุ้นปี 2559ปรับตัวเพิ่มขึ้น 74.29% จากราคา ณ วันที่ 30 ธ.ค. 58 อยู่ที่ระดับ 70.00บาท บวก 52.00 บาท มาอยู่ที่ 122.00 บาท ณ วันที่ 30 ธ.ค.59ราคาหุ้นปรับตัวแรงส่วนใหญ่ได้ปัจจัยบวกทิศทางธุรกิจที่ยังสดใส และการสร้างกำไรอย่างเนื่อง

โดยเห็นได้จากปี 56 บริษัทมีกำไร 1,173.50ล้านบาท ปี 2557 บริษัทมีกำไร 2,109.77 ล้านบาท และปี 2558 บริษัทมีกำไร 2,240.11 ล้านบาท ส่วนงวด 9 เดือน ปี 2559 มีกำไร 2,348.87 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าปีก่อนตรงนี้สะท้อนให้นักลงทุนเชื่อมั่นในการเข้าลงทุนนั่นเอง

บล.กสิกรไทย ระบุในบทวิเคราะห์ว่า อิเล็กทรอนิกส์จะได้รับประโยชน์จากแนวโน้มเงินบาทอ่อนค่าในปี 2560 เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่เป็นสกุลเงินดอลล่าร์ Top pick ของคือ KCE และ DELTA จากแนวโน้มการเติบโตของกำไรสุทธิที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มที่ 20.5% และ 16% ตามลำดับในช่วงปี 2560-2562

 

อันดับ 3 บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEPราคาหุ้นปี 2559 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 68.12% จากราคา ณ วันที่ 30 ธ.ค. 58 อยู่ที่ระดับ 57.25บาท บวก 39.00 บาท มาอยู่ที่ 96.25 บาท ณ วันที่ 30 ธ.ค.59ราคาหุ้นปรับตัวแรงเนื่องจากผลประกอบการปี 59 เริ่มกลับมาทำกำไรโดยผลการดำเนินงานช่วง 9 เดือนปี 59 มีกำไรสุทธิ 1.37 หมื่นล้านบาท เทียบจากช่วงเดียวกันของปี 58 ขาดทุนสุทธิ 3.63 หมื่นล้านบาท

อีกทั้งราคาน้ำมันตลาดโลกปรับตัวลงแรงเริ่มฟื้นตัวรอบใหม่ในปีที่ผ่านมา ทำให้โบรกฯออกมาแนะนำให้เข้าลงทุนรอบใหม่ส่งผลให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนหุ้นตลอดปี 59 ที่ผ่านมา

บล.เคทีบี ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่ม OPEC ร่วมมือลดปริมาณการผลิตปีหน้าลง ช่วยหนุนราคาน้ำมันฟื้นตัว ส่งผลบวกต่อราคาขายของ PTTEP โดยตรง

อีกทั้งได้ผลบวกเพิ่มเติมหลัง ครม. เห็นชอบการคิดภาษีงบสกุลเงินต่างประเทศ ช่วยลดความผันผวนของกำไรจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงค่าเงิน

มองแนวโน้มผลประกอบการสะดุดระยะสั้นจากการปรับราคาก๊าซ การอ่อนตัวค่าเงินบาท แต่ราคาน้ำมันที่เป็นขาขึ้นจะช่วยหนุนกำไรเติบโตได้ระยะยาวปรับคำแนะนำเป็น”ซื้อ”ปรับราคาเหมาะสมเป็น 107 บาท

 

อันดับ 4 บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ราคาหุ้นปี 2559 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 67.79% จากราคา ณ วันที่ 30 ธ.ค. 58 อยู่ที่ระดับ 22.20บาท บวก 15.05 บาท มาอยู่ที่ 37.25 บาท ณ วันที่ 30 ธ.ค.59ราคาหุ้นปรับตัวแรงเนื่องจากผลการดำเนินงานสดใส และแผนธุรกิจที่โดดเด่นและออกมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่เมืองอิชิโนเซกิ ประเทศญี่ปุ่น 20.8 MW มูลค่า 3.15 พันลบ. เริ่ม COD ได้ในไตรมาส 4/60 และเล็งร่วมทุนตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่สำหรับสะสมพลังงานโซลาร์ชัดเจนปีนี้

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุในบทวิเคราะห์ว่า GPSC ปัจจัยพื้นฐานด้วยคำแนะนำซื้อให้ราคาพื้นฐาน 12 เดือนข้างหน้าไว้ที่ 42 บาท (DCF) จุดเด่น คือ มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ดีโดยมีสัญญาขายไฟฟ้าระยะยาวกับผู้ซื้อรายใหญ่ที่มีศักยภาพ คือ EGAT และกลุ่ม PTT บริษัทมีการเติบโตที่ต่อเนื่องในช่วง 3-4 ปีข้างหน้า ฐานะการเงินแข็งแกร่ง โครงสร้างผู้ถือหุ้นแข็งแรง (PTTGC ถือหุ้น 22.7%, PTT ถือ 22.6%, TOP ถือ 20.8%)

 

อันดับ 5 บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ราคาหุ้นปี 2559 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 61.20% จากราคา ณ วันที่ 30 ธ.ค. 58 อยู่ที่ระดับ 18.30บาท บวก 11.20 บาท มาอยู่ที่ 29.50 บาท ณ วันที่ 30 ธ.ค.59ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรง เนื่องจากนักลงทุนเข้ามาเก็งกำไรหลังราคาหุ้นเป็นขาลงมานาน อีกทั้งราคาเนื้อหมูและไก่ฟื้นตัว รวมถึงราคากากถั่วเหลืองซึ่งเป็นต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์มีแนวโน้มทรงตัวหรือลดลงยิ่งเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจในปี 59 

อีกทั้งปี 59 ปัญหา EMS ในกุ้งคลี่คลายและต้นทุนธุรกิจกุ้งลดลงจากการลดขนาดโรงงานแปรรูปกุ้ง ส่งผลให้ธุรกิจปี 59 มีแนวโน้มพลิกกลับมาเป็นกำไรทำให้นักลงทุนมั่นใจและเข้ามาลงทุนตลอดปี 59 ที่ผ่านมา

บล.เคจีไอระบุในบทวิเคราะห์ว่าCPF (เป้าพื้นฐาน 42 บาท) 1) ประเมินมีโอกาสแกว่งตัวขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไปที่บริเวณ 31 บาท แนวรับ 29.25 บาท (Stop loss 28 บาท) 2) Catalyst บวกเรื่อง i) ครม มีมติอนุมัตินำเข้าถั่วเหลืองเสรี 3 ปี (ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ลดลง) ii) ภาครัฐฯ สิงคโปร์ประกาศรับรองโรงงานผลิตเนื้อไก่สดแช่แข็งจากไทยเพิ่มเติม

 

*ทั้งนี้ข้อมูลที่มีการนำเสนอข้างต้น เป็นเพียงข้อแนะนำจากข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนเท่านั้น และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆการตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่าน

Back to top button