พาราสาวะถี

ปากก็บอกว่าไม่ได้เอาเปรียบแต่การกระทำจะเป็นตัวบ่งชี้ว่า สิ่งที่พูดกับการปฏิบัตินั้นมันเป็นไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ เห็นได้ชัดว่า 4 ปีก่อนหน้านั้น ผู้นำเผด็จการและคณะนั่งอยู่ในตำแหน่งบริหารงานอยู่บนหอคอยงาช้าง แต่ขวบปีหลังก่อนที่จะประกาศตัวเป็นนักการเมืองเต็มร้อยและรับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคสืบทอดอำนาจ ปรากฏว่ามีการลงพื้นที่พบปะประชาชนถี่ยิบ


อรชุน

ปากก็บอกว่าไม่ได้เอาเปรียบแต่การกระทำจะเป็นตัวบ่งชี้ว่า สิ่งที่พูดกับการปฏิบัตินั้นมันเป็นไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ เห็นได้ชัดว่า 4 ปีก่อนหน้านั้น ผู้นำเผด็จการและคณะนั่งอยู่ในตำแหน่งบริหารงานอยู่บนหอคอยงาช้าง แต่ขวบปีหลังก่อนที่จะประกาศตัวเป็นนักการเมืองเต็มร้อยและรับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคสืบทอดอำนาจ ปรากฏว่ามีการลงพื้นที่พบปะประชาชนถี่ยิบ

ไม่ผิดกติกาหากยังห่างไกลช่วงเลือกตั้ง สิ่งสำคัญคือไม่มีปัญหาถ้าคนที่อ้างว่าไปดูแลปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจะไม่สืบทอดอำนาจและไม่มีอำนาจเต็ม แต่ทั้งหมดกลับเป็นสิ่งตรงข้าม คนที่อ้างว่าเข้ามาปฏิรูปการเมืองและสร้างการเมืองแบบใหม่ แต่กลับไร้จิตสำนึกโดยเฉพาะมารยาททางการเมืองที่แม้แต่นักการเมืองอาชีพยังไม่มีใครกล้าทำในช่วงของการหาเสียงเลือกตั้ง

เปิดปฏิทินผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจ สัปดาห์สุดท้ายก่อนเลือกตั้ง โคตรขยันลงพื้นที่ถี่ยิบ วันวานเดินทางไปนครศรีธรรมราช อ้างตรวจราชการและเยี่ยมเยือนผู้ประสบภัยจากพายุโซนร้อนปาบึก พร้อมมอบบ้านให้ผู้ประสบภัยจากพายุโซนร้อนปาบึก ในฐานะแคนดิเดตนายกฯของพรรคการเมือง เรื่องอย่างนี้กกต.ไม่สะดุดตาคิดว่าเป็นการจูงใจประชาชนก่อนเลือกตั้งบ้างหรือ

ไม่หยุดเท่านั้นวันนี้จะเดินทางไปอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อเข้าร่วมพิธีฉลองการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาข้ามแม่น้ำเมย ตองยิน แห่งที่ 2 แล้วเสร็จ และจะมีการหารือทวิภาคีกับที่ปรึกษาแห่งรัฐ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ก่อนกล่าวถึงความสำเร็จของโครงการที่ทั้งสองประเทศจะได้รับ และทำพิธีกดปุ่มเปิดผ้าแพรป้ายสะพานร่วมกัน

ดูจากกำหนดการมันคือการประกาศผลงานและหาเสียงไปในตัวชัด ๆ ก่อนที่วันพรุ่งนี้ตั้งแต่เช้าตรู่ลงพื้นที่ตรวจราชการสวนเบญจกิติ กทม. ตามด้วยตรวจราชการที่ฉะเชิงเทราในส่วนช่วงบ่าย และวันที่ 21 มีนาคมเป็นวันครบรอบวันเกิด 65 ปี ที่ผู้นำเผด็จการแจ้งไปยังเหล่าทัพและส่วนราชการขอให้งดเข้าอวยพร แต่ให้ส่งความปรารถนาดีด้วยบัตรอวยพรแทน ความจริงน่าจะบอกว่าขอเป็นบัตรลงคะแนนแทนก็แล้วกัน (ฮา)

แน่นอนว่า ปิดท้ายด้วยไฮไลต์สำคัญบิ๊กเซอร์ไพรส์ของพรรคสืบทอดอำนาจบิ๊กตู่ขึ้นเวทีปราศรัยทิ้งทวน ไม่ว่าใครจะชี้ชวนให้ตรวจสอบและเอาผิดอย่างไร ของพรรค์นี้มันอยู่ที่จิตสำนึกล้วน ๆ เพราะกระแสมันแรงไม่พอ ปล่อยให้ลิ่วล้อไปสร้างคะแนนนิยมแล้วยังมองไม่เห็นหลักชัย จึงต้องใช้ตัวเองมาการันตี แม้จะถูกมองอย่างไร ในเมื่อเป็นผู้นำเผด็จการต้องหน้ามึนและหูทวนลม หรือไม่ก็ผลิตวาทกรรมมากล่าวหาพวกต้นทุนต่ำทุกอย่างก็จบ

แต่คนที่ไม่ยอมให้เรื่องนี้ผ่านไปง่าย ๆ คือ ศรีสุวรรณ จรรยา นักร้อง(เรียน)คนดัง ที่วันวานไปยื่นร้องต่อกกต.ให้ดำเนินการไต่สวนเอาผิดผู้นำเผด็จการตามมาตรา 149 ประกอบมาตรา 78 วรรคหนึ่ง ของกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. 2561 และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกําหนดยี่สิบปี รวมทั้งขอให้สั่ง พลเอกประยุทธ์และเจ้าหน้าที่ของรัฐยุติหรือระงับการกระทําใดที่เห็นว่าอาจเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใดตามมาตรา 78 วรรคสามด้วย

อย่างที่บอกไป ซึ่งศรีสุวรรณคงเห็นเหมือนคนอื่นโดยมารยาททางการเมืองในอดีตที่ผ่านมา ไม่มีนายกฯคนใด ที่เป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันชิงชัยในการเลือกตั้งจะใช้ตำแหน่งหน้าที่ของตนเองและทรัพย์สินของทางราชการไปเอื้อประโยชน์เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเอง เพียงแต่ว่าศรีสุวรรณมีหลักฐานอันเชื่อได้ว่า มีผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บริหารท้องถิ่นมีหนังสือสั่งการให้ผู้บริหารข้าราชการในจังหวัดและผู้นำท้องถิ่น เกณฑ์ชาวบ้านมาร่วมต้อนรับและรับฟังคำปรารภท่านผู้นำด้วย

ไม่ว่าจะมีใครเคลื่อนไหวอย่างไรปลายทางของบทสรุปคงเดากันไม่ยาก เพราะไม่เพียงแต่จะใช้กลไกและอำนาจที่มีเหนือทุกองค์กรจนกว่าจะมีนายกฯจากการเลือกตั้ง ยังมีการดำเนินการกับฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองที่ถือเป็นคู่แข่งสำคัญด้วย กรณีคณะอนุกรรมการไต่สวนคดีทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐหรือจีทูจีล็อต 2 ได้แจ้งคำสั่งไต่สวนของอนุกรรมการส่งเป็นหนังสือไปยังผู้ถูกกล่าวหาในคดีดังกล่าวจำนวน 71 ราย ก็น่าจะบ่งบอกว่าเป็นวิชามารทางการเมืองหรือจะอ้างเป็นเรื่องบังเอิญ

เพราะ 3 ราย จากจำนวน 71 คนนั้น มีชื่อของ ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ “เจ๊แดง” เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ สามพี่น้องผู้ที่ใครก็รู้ว่ามีบทบาทสำคัญอย่างไรกับพรรคเพื่อไทย ในแง่ขององค์กรอิสระหากไม่อยากถูกกล่าวหาว่าตกเป็นเครื่องมือของใครทางการเมือง ก็ไม่ควรเลือกช่วงเวลาดำเนินการในช่วงนี้ จะปฏิเสธอย่างไรคนคงเชื่อยาก ยิ่งมีปมนาฬิกาหรูเป็นชนักปักหลังยิ่งสั่นคลอนต่อศักดิ์ศรี ความน่าเชื่อถือขององค์กร

ฟากของทักษิณและน้องสาว คงไม่ต้องทำอะไรมาก ปล่อยให้เหตุการณ์ดังกล่าวดำเนินไปในทิศทางที่ฝ่ายกุมอำนาจอยากจะให้เป็น เนื่องจากสังคมเองก็รับรู้ขบวนการที่จะนำมาซึ่งวันนี้อยู่แล้ว เห็นได้จากลูกชายของนักโทษในคดีจีทูจีล็อตแรกที่ย้ายพรรคไปก่อนหน้านั้น อ่านเกมกันได้ไม่ยากว่าสิ่งที่เตรียมการกันไว้จะถูกนำมาใช้ช่วงเลือกตั้งอย่างแน่นอน

หากเดินเกมกันแบบนี้ที่หวังผลว่าจะเปลี่ยนใจคนที่ตั้งใจเลือกไว้แล้วคงยาก เต็มที่ก็แค่กระตุ้นให้กองเชียร์เผด็จการไม่ลังเลว่าจะเลือกใคร และเป็นเหตุให้ฝ่ายกุมความได้เปรียบทุกประตูใช้เป็นข้ออ้างสร้างความชอบธรรมให้กับตัวเองเรื่องความซื่อสัตย์เท่านั้น แต่ตลอดระยะเวลาเกือบ 5 ปี องคาพยพเผด็จการทำงานกันโปร่งใส ไร้ทุจริตเลยใช่ไหม สังคมส่วนใหญ่รู้และเข้าใจทุกเรื่องเป็นอย่างดี

เปลี่ยนแคมเปญหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย พอแล้ว! นักการเมืองดัดจริต ต่อชีวิตเผด็จการ สำหรับพรรคเพื่อไทย นอกจากจะชูความเป็นนักบริหารมืออาชีพ หวังเข้ามาเป็นผู้พลิกฟื้นวิกฤติประเทศแล้ว แคมเปญชุดนี้ไม่รู้ว่าจะปลุกแนวร่วมไม่เอาเผด็จการให้ฮึกเหิมแล้วไปใช้สิทธิกันถล่มทลายขนาดไหน แต่คงไร้ผลใด ๆ หากออกไปใช้สิทธิกันแล้วแต่ถูกโกงสะบัดหรือไม่ก็หาเหตุทำให้เลือกตั้งเป็นโมฆะ

Back to top button