
“ดาวฟิวเจอร์” ดิ่ง 600 จุด ผวาสงครามการค้าสหรัฐ-ยุโรป ปม “กรีนแลนด์”
“ดาวโจนส์ฟิวเจอร์” ร่วงกว่า 600 จุด ส่งสัญญาณวอลล์สตรีทเผชิญแรงขายหนักคืนนี้ หลังนักลงทุนวิตกความตึงเครียดทางการค้าและภูมิรัฐศาสตร์ ระหว่างสหรัฐและยุโรปจากกรณีกรีนแลนด์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลงกว่า 600 จุด ส่งสัญญาณการดิ่งลงอย่างหนักของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทในคืนนี้(20ม.ค.69) โดยนักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและยุโรป ท่ามกลางความขัดแย้งเกี่ยวกับการที่สหรัฐจะเข้าครอบครองเกาะกรีนแลนด์ โดย ณ เวลา 19.07 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ลบ 677 จุด หรือ 1.37% สู่ระดับ 48,873 จุด
ส่วนดัชนี CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกของนักลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐ พุ่งขึ้นกว่า 7% ทะลุระดับ 20 จุดในวันนี้ ซึ่งบ่งชี้ถึงความวิตกของนักลงทุน และความผันผวนในตลาด
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ แสดงความต้องการเข้ายึดครองกรีนแลนด์ โดยอ้างถึงประเด็นความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ และความไร้ประสิทธิภาพของเดนมาร์กในการขจัดภัยคุกคามจากรัสเซียออกจากกรีนแลนด์
นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีศุลกากร 10% สำหรับสินค้าจากเดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน และสหราชอาณาจักร เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. พร้อมเตือนว่าจะปรับขึ้นเป็น 25% ในวันที่ 1 มิ.ย. และจะคงอัตราภาษีนี้ไว้จนกว่าสหรัฐจะบรรลุข้อตกลงในการซื้อเกาะกรีนแลนด์
ล่าสุด ในวันนี้ ปธน.ทรัมป์ขู่เรียกเก็บภาษี 200% ต่อไวน์และแชมเปญที่นำเข้าจากฝรั่งเศส หลังมีรายงานว่า ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ไม่เต็มใจเข้าร่วม “คณะกรรมการสันติภาพ” (Board of Peace) ที่ปธน.ทรัมป์ตั้งขึ้น
นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังกล่าวโจมตีรัฐบาลอังกฤษที่มีแผนโอนอธิปไตยเหนือหมู่เกาะชากอส ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐและสหราชอาณาจักรให้แก่ประเทศมอริเชียส โดยระบุว่า เป็นการกระทำที่โง่เขลาอย่างยิ่ง และเป็นอีกหนึ่งในเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติที่ว่า เหตุใดสหรัฐจึงควรเข้าซื้อกรีนแลนด์
ทางด้านสหภาพยุโรป (EU) กำลังพิจารณาใช้มาตรการตอบโต้สหรัฐ ด้วยการเรียกเก็บภาษีนำเข้าวงเงิน 9.3 หมื่นล้านยูโร (ราว 1.07 แสนล้านดอลลาร์) หรือจำกัดการเข้าถึงตลาดของบริษัทสหรัฐ เพื่อตอบโต้ต่อมาตรการภาษีของปธน.ทรัมป์
รายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่ EU กำลังเร่งร่างมาตรการดังกล่าวเพื่อสร้างอำนาจต่อรองให้กับผู้นำยุโรป ก่อนที่จะมีการประชุมสำคัญร่วมกับปธน.ทรัมป์ ในการประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม (WEF) ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ในสัปดาห์นี้
ปธน.ทรัมป์จะนำคณะเจ้าหน้าที่สหรัฐที่มีจำนวนมากที่สุดเป็นประวัติการณ์เข้าร่วมการประชุม ซึ่งรวมถึงนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลัง นายโฮเวิร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีพาณิชย์ นายเจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ นายจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของปธน.ทรัมป์ และนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของปธน.ทรัมป์
ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์มีกำหนดเข้าร่วมการประชุม WEF ในวันพุธและพฤหัสบดีนี้ (21-22 ม.ค.) โดยเขาจะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในวันพุธที่ 21 ม.ค.เวลา 14.30 น.ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับเวลา 20.30 น.ตามเวลาไทย
นักลงทุนจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของปธน.ทรัมป์ในการประชุม WEF ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินทั่วโลก

