PCC โชว์ฟอร์มแกร่ง! กำไรครึ่งแรกปี 65 โต 68% พร้อมขึ้นสังเวียนเทรด 21 ต.ค.นี้

“พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น” หรือ PCC โชว์ฟอร์มแกร่ง! เปิดงบ 6 เดือนกำไรโต 68% ชูจุดแข็งเป็นผู้นำด้าน Smart Grid ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมขึ้นสังเวียนเทรด 21 ต.ค.นี้


นายปาลธรรม เกษมทรัพย์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวาณิชธนกิจ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ที่ปรึกษาทางการเงินบริษัท พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PCC เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา ทีมผู้บริหาร PCC และที่ปรึกษาทางการเงินได้ร่วมกันนำเสนอข้อมูล (Investor Roadshow) บนแพลตฟอร์มออนไลน์ให้กับนักลงทุนได้เข้าใจถึงภาพรวมธุรกิจ และแผนการดำเนินงานในอนาคต รวมทั้งให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตภายหลังจากการระดมทุนครั้งนี้  โดยกำหนดราคาขายไอพีโอที่ 4 บาท/หุ้น  และกำหนดเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)  วันที่ 21 ตุลาคม 2565 ในกลุ่มอุตสาหกรรม ทรัพยากร พลังงานและสาธารณูปโภค

การโรดโชว์ในครั้งนี้ ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนอย่างดีเยี่ยม เนื่องจาก PCC เป็นผู้นำด้าน Smart Grid ที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำของระบบไฟฟ้า และเป็นหุ้นรายแรกที่เน้นระบบส่งและจำหน่าย  Smart Grid  ซึ่งในตลาดหุ้นไทยจะมีหุ้นที่เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าที่วัดกันที่ MW แต่ยังไม่มีหุ้นที่โฟกัสในส่วนที่จะนำพลังไฟฟ้าจากผู้ผลิตมาถึงประชาชนทั่วไป  ซึ่งบริษัทฯมีส่วนในการนำพลังงานไฟฟ้าจากระดับแรงดันสูง 500 kv มาให้ผู้บริโภคที่ใช้ 220 kv

นอกจากนี้ มองว่าในระยะสั้นบริษัทฯจะเติบโตจากโครงการเพิ่มกำลังการผลิตของหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่ายที่จะเพิ่มขึ้นประมาณ 3 เท่า หรือคิดเป็นกำลังการผลิตรวมประมาณ 1,080 MVA ต่อปี ภายในปี 2567  และมีโครงการโรงงานผลิตในประเทศกัมพูชาที่จะรับรู้รายได้ในปีหน้า ส่วนระยะยาวบริษัทฯจะเติบโตไปพร้อมกับการพัฒนาระบบโครงข่ายสมาร์ทกริดของประเทศไทย ซึ่งกฟผ. กฟภ.และกฟน. มีแผนการลงทุน(2558-2579) เกือบ 2 แสนล้านบาท” นายปาลธรรม กล่าว

โดย PCC มีแผนจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 307 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (Par Value) 1.00 บาทต่อหุ้น คิดเป็นไม่เกินร้อยละ 25.03 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมด ภายหลังการเสนอขายในครั้งนี้

ส่วนนายกิตติ สัมฤทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ PCC กล่าวว่า นอกจากแผนการดำเนินธุรกิจในอนาคตที่มีความชัดเจนและมองเห็นภาพการเติบโตที่มีความแข็งแกร่งแล้ว ในส่วนของผลประกอบการของ PCC ก็มีความโดดเด่นอย่างมากและเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญที่ทำให้นักลงทุนสนใจอย่างมากในครั้งนี้ โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ บริษัทฯมีรายได้รวม 1,727 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 15.3 จากปีก่อนที่มีรายได้ 1,498 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 134 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 67.5 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 80 ล้านบาท

ทั้งนี้  PCC ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ประกอบด้วยสายธุรกิจหลัก 3 กลุ่ม ดังนี้ 1. กลุ่มธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ในระบบจำหน่ายไฟฟ้า งานบริหารโครงการ งานบริการ งานบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าทั้งแรงต่ำและแรงสูงขนาดไม่เกิน 115 kv และระบบบริหารจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพ (Power Distribution & Energy Management System) 2. กลุุ่มธุรกิจรับเหมาก่อสร้างสถานีไฟฟ้าแรงสูงและสายส่งไฟฟ้าแรงสูง พร้อมผลิตติดตั้งระบบควบคุมสำหรับระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ และผลิตมิเตอร์อัจฉริยะ (Intelligent Grid) และ 3. กลุ่มธุรกิจลงทุนผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน และผลิตเชื้อเพลิงจากพืชพลังงาน (Renewable Energy) และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

Back to top button