ALL น่าห่วง! 2 กรรมการชิงลาออก จับตาแผนเคลียร์หนี้หุ้นกู้ 1.2 พันลบ.

ALL น่าห่วง! 2 กรรมการ “ชาตรี ศิริพานิชกร-ปรีชา เอื้ออนันตธนกุล” ลาออก จับตาแผนเคลียร์หนี้หุ้นกู้ครบกำหนดปี 66 จำนวน 4 ชุด มูลค่ากว่า 1.2 พันลบ.


บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ALL ระบุว่า ได้มีกรรมการลาออกจากตำแหน่งรวม 2 ท่าน คือ นายชาตรี ศิริพานิชกร ได้ลาออกจากตำแหน่ง กรรมการบริษัท กรรมการตรวจสอบ และประธานกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2566 เป็นต้นไป และนายปรีชา เอื้ออนันตธนกุล ได้ลาออกจากตำแหน่ง กรรมการบริษัท และกรรมการตรวจสอบ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม 2566 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ บริษัทจะจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณาแต่งตั้งกรรมการใหม่แทนกรรมการที่ลาออก และจะเรียนแจ้งให้ทราบต่อไป

ขณะที่ก่อนหน้านี้บริษัทฯ แจ้งการผิดนัดชำระดอกเบี้ยหุ้นกู้รุ่น (ALL244A) งวดที่ 5 ในวันที่ 3 มกราคม 2566 คิดเป็นจำนวนดอกเบี้ยที่ผิดนัดชำระจำนวน 10.65 ล้านบาท สาเหตุมาจากบริษัทขาดสภาพคล่อง ทำให้มีกระแสเงินสดไม่เพียงพอ โดยหุ้นกู้รุ่น (ALL244A) มีมูลค่ารวม 709.90 ล้านบาท ออกเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2564 และครบกำหนดไถ่ถอนวันที่ 1 เมษายน 2567

สำหรับการผิดนัดชำระดอกเบี้ยเงินกู้ในรอบดังกล่าว สะท้อนว่าบริษัทฯ ขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง สอดคล้องกับเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่บริษัทมีอยู่ในมือเหลือเพียง 14.83 ล้านบาท นอกจากนั้นส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 1,910.88 ล้านบาท เมื่อเทียบกับหนี้สินมากถึง 5,765.59 ล้านบาท พบว่าค่า D/E อยู่ที่ 3.02 เท่า ถือว่าบริษัทมีหนี้สินล้นพ้นตัวพอสมควร

นอกจากนี้ ในอนาคตบริษัทฯ ยังต้องชำระดอกเบี้ยหุ้นกู้ที่ยังรออยู่ และมีครบกำหนดไถ่ถอนตามวันกำหมดของแต่ละรุ่นอีกด้วย เนื่องจาก ALL มีหุ้นกู้จำนวน 7 รุ่น มูลค่ารวม 2,334.20 ล้านบาท โดยจะครบกำหนดในปี 2566 จำนวน 4 รุ่น มูลค่ารวมทั้งสิ้น 1,204.50 ล้านบาท ซึ่งเป็นที่น่าจับตามองว่าบริษัทฯ จะมีวิธีการอย่างไรในการนำเงินมาชำระหุ้นกู้ดังกล่าว

โดยก่อนหน้าคณะกรรมการบริษัท ALL มีมติอนุมัติให้นำเสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติการลดทุนจดทะเบียนของบริษัทจำนวน 128,440,547 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจ นวน 939,052,299 บาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่จำนวน 810,611,752 บาท โดยการตัดหุ้นสามัญที่ยังไม่ได้จำหน่าย 128,440,547 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท

ทั้งนี้ บริษัทจะเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) เป็นมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท จากเดิมพาร์ 1 บาท ส่งผลให้จำนวนหุ้นของบริษัทเพิ่มขึ้นจากเดิมจำนวน 810,611,752 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เป็นจำนวน 1,621,223,504 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท

นอกจากนี้บริษัทจะเพิ่มทุนจดทะเบียน 865,879,251.50 บาท จากเดิม 810,611,752 บาท เป็น 1,676,491,003.50 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน 1,731,758,503 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท เพื่อรองรับ (1) การใช้สิทธิแปลงสภาพของหุ้นกู้แปลงสภาพให้แก่ผู้ลงทุนโดยเฉพาะเจาะจง (2) การจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น และ (3) การปรับอัตราการใช้สิทธิของ ALL-W1

อีกทั้งบริษัทจะจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนเพื่อรองรับการออกและเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพที่ออกใหม่ของบริษัทมูลค่าไม่เกิน 840,000,000 บาท ให้แก่ผู้ลงทุนโดยเฉพาะเจาะจง ได้แก่ Advance Opportunities Fund (AO Fund) และ Advance Opportunities Fund 1 (AO Fund 1)

รวมทั้งจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทจำนวนไม่เกิน 1,343,264,444 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น ในอัตราส่วนการจัดสรร 1 หุ้นสามัญเดิม ต่อ 1 หุ้นสามัญเพิ่มทุน ในราคาเสนอขายหุ้นละ 0.50 บาท วันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่ได้รับสิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน (Record date) 15 มี.ค.65 และวันที่ไม่ได้รับสิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน (XR) 14 มี.ค.65

ด้านนายยุทธพงษ์ เชื้อเมืองพาน ผู้สอบบัญชี บริษัท เอเอ็นเอส ออดิท จำกัด กล่าวว่า ให้ข้อสังเกตหมายเหตุประกอบงบการเงินว่า ณ วันที่ 30 ก.ย.65 และ 31 ธ.ค.64 ว่า ALL มีเงินกู้ยืมระยะสั้นจากบุคคลภายนอก, เงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินที่ถึงกำหนดชำระภายใน 1 ปี, เงินกู้ยืมระยะยาวจากบุคคลภายนอกที่ถึงกำหนดชำระภายใน 1 ปี, หุ้นกู้ที่ถึงกำหนดชำระภายใน 1 ปี และภาระผูกพันในการจ่ายชำระค่าซื้อที่ดินภายใน 1 ปี

ส่วนรายละเอียด ณ วันที่ 30 ก.ย.65 และ 31 ธ.ค.64 บริษัทฯ ได้ทำสัญญากู้ยืมจากบุคคลภายนอก เพื่อวัตถุประสงค์ในการจ่ายชำระค่าที่ดินสำหรับโครงการและใช้หมุนเวียนภายในกิจการ มีอัตราดอกเบี้ยตามสัญญาร้อยละ 5.00 – 15.00 และร้อยละ 8.50 – 15 ต่อปี ตามลำดับ กำหนดชำระให้เสร็จสิ้นภายใน 3 – 12 เดือน นับจากวันที่ทำสัญญา โดยเงินกู้ยืมจากบุคคลภายนอกดังกล่าวค้ำประกันโดยการจดจำนองห้องชุดและที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของโครงการของบริษัท ห้องชุดของบริษัทย่อย (หมายเหตุ 7) ใบหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกันที่ถือโดยกรรมการ และที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของกรรมการ และค้ำประกันโดยเช็คจ่ายลงวันที่ล่วงหน้า

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 1 ก.ค.65 บริษัทย่อยแห่งหนึ่งได้ทำสัญญากู้ยืมเงินจากบุคคลภายนอกเพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้หมุนเวียนภายในกิจการและจ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมจากบริษัทฯ จำนวน 160.00 ล้านบาท มีอัตราดอกเบี้ยตามสัญญาร้อยละ 14.12 ต่อปี กำหนดชำระให้เสร็จสิ้นภายใน 12 เดือน นับจากวันที่ทำสัญญา โดยเงินกู้ยืมดังกล่าวค้ำประกันโดยเช็คจ่ายลงวันที่ล่วงหน้า และโอนสิทธิการเช่าช่วงอาคารห้างสรรพสินค้าและอาคารพาณิชย์ของบริษัทย่อย นอกจากนี้บริษัทย่อยดังกล่าวได้จ่ายค่าธรรมเนียมในจัดหาเงินกู้ จำนวน 32.84 ล้านบาท

ขณะที่งบการเงินรวม ณ วันที่ 30 ก.ย.65 จำนวน 4,807.64 ล้านบาท และในปี 64 สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.64 จำนวน 2,262.75 ล้านบาท ตามลำดับ และสำหรับงบการเงินเฉพาะกิจการ ณ วันที่ 30 ก.ย.65 จำนวน 4,531.17 ล้านบาท และในปี 64 สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.64 จำนวน 2,110.99 ล้านบาท ตามลำดับ

ทั้งนี้ จากข้อมูลฝ่ายบริหารของกลุ่มบริษัทได้ประมาณการกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การชำระหุ้นกู้ด้วยการออกหุ้นกู้ใหม่ การต่ออายุสัญญาเงินกู้ยืมจากบุคคลภายนอกและการออกทุนหุ้นสามัญใหม่เพื่อจ่ายชำระหนี้สินระยะสั้นและภาระผูกพันที่ถึงกำหนดชำระดังกล่าว นอกจากนี้ ในระหว่างไตรมาส 3/65 บริษัทย่อยแห่งหนึ่งได้ทำสัญญากู้ยืมเงินจากบุคคลภายนอก จำนวน 160.00 ล้านบาท โดยผู้สอบบัญชีมิได้ให้ข้อสรุปอย่างมีเงื่อนไขในเรื่องนี้จากการสอบทาน

Back to top button