
ยิ่งเทรด..ยิ่งโดน
สิ่งที่สามารถสรุปได้ในเบื้องต้นหลังจาก DELTA มีการโยนบิ๊กล็อตต่ำกว่าราคาในกระดาน 8% ก็คือหุ้นแบงก์กลายเป็นหุ้นที่แกร่งสุด
สิ่งที่สามารถสรุปได้ในเบื้องต้นหลังจาก DELTA มีการโยนบิ๊กล็อตต่ำกว่าราคาในกระดาน 8% ก็คือหุ้นแบงก์กลายเป็นหุ้นที่แกร่งสุด และสามารถยกตัวสูงขึ้นได้ ขณะที่หุ้นกลุ่มอื่นยังคงวนเวียนไปมาในกรอบเดิม ซึ่งทำให้คนที่คิดช้าต้องติดหุ้นระยะสั้นไปโดยปริยาย พร้อมกันนั้นจะเห็นว่า ยังมีหุ้นบางกลุ่มที่ยังโดนขายไม่เลิกเหมือนกัน จนนำไปสู่คำพูดที่ว่า “ยิ่งเทรด ยิ่งโดน” ไงล่ะคะ
ประเด็นดังกล่าวทำให้การยืนปิดของดัชนีที่ระดับ 1,253.60 จุด ลบไป 27.22 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.82 หมื่นล้านบาท ไม่สะท้อนภาพที่แท้จริงของตลาดหุ้นไทยที่ตกอยู่ในสภาพเมาหมัด เพราะในจังหวะที่ดัชนีกำลังจะเทคตัวรอบใหม่ โดยได้แรงหนุนจากกูรูตลาดหุ้นไทยฟันธงว่า เป้าดัชนีปีนี้อยู่ที่ระดับ 1,389 จุด ตลาดหุ้นไทยมักมีเรื่องที่ไม่คาดคิดเข้ามากระทบเป็นประจำนะออเจ้า
ขนาดหุ้น SAWAD ถูกรินขายเป็นระยะตั้งแต่ปลายปี และเริ่มจะตั้งหลักใหม่ได้อีกครั้ง แต่วานนี้กลับโดนถล่มหนักจากความกังวลเกณฑ์คุมสินเชื่อใหม่ที่จะมีผลครึ่งปีหลัง ขณะเดียวกันก็ยังมีประเด็นหนี้เสียพุ่งตามหลอกหลอนไม่เลิก อีฉันเลยสงสัยว่า การยืนปิดที่ระดับ 23.10 บาท ลบไป 1.70 บาท หรือลงไป 6.85% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 615 ล้านบาท อาจไม่ใช่จุดต่ำสุดของการลงเที่ยวนี้นะซี
ส่วนรายที่ดูเหมือนจะไหลลงช้า ๆ แต่เป็นการไหลลงที่ยาวนานอย่าง KTC กลายเป็นหุ้นที่น่าเป็นห่วงมากสุดในเที่ยวนี้ เพราะเมื่อดูจากเรื่องฟอร์ซเซลที่เกิดขึ้นกับหุ้นตัวนี้ นับจากนั้นก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป “โมนิก้า” เลยกังวลว่า การยืนปิดที่ระดับ 26 บาท ลบไป 0.50 บาท หรือลงไป 1.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 377 ล้านบาท ยังไม่ใช่จุดรับของเข้าพอร์ต หลังนักลงทุนสถาบันยังรินหุ้นไม่เลิกพะยะค่ะ
สถานการณ์ข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” ต้องเอ่ยถึงหุ้นรักคุณเท่าฟ้าอย่าง THAI เพื่อชี้ให้เห็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายในองค์กร มันทำให้อีฉันนึกถึงเหตุการณ์ในวันเก่า ๆ ที่ทำให้เจ้าจำปีมีแต่เรื่องสาดโคลนกันไปมา และสุดท้ายก็ทำให้ธุรกิจเดินหน้าไม่ได้สักที! อีฉันเลยไม่มั่นใจว่า การยืนปิดที่ระดับ 7.15 บาท ลบไป 0.20 บาท หรือลงไป 2.70% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 219 ล้านบาท น่าช้อนไหม?..ใครรู้ช่วยคอมเมนต์หน่อยจ้า
ประเด็นดังกล่าวก่อให้เกิดคำถามที่ว่า AMATA ก็เป็นหุ้นที่ทำผลงานดีในปีที่ผ่านมา และนักวิเคราะห์ก็เชื่อว่า ปีนี้น่าจะทำผลงานได้ดีเหมือนเดิม แต่เปิดมา 4 วันทำการกลับโดนขายแบบไม่มีเยื่อใย จนวานนี้หุ้นยืนปิดที่ระดับ 15.30 บาท ลบไป 0.40 บาท หรือลงไป 2.55% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 321 ล้านบาท กลายเป็นการบ้านที่นักเล่นต้องไปประเมินกันเอาเองว่า เที่ยวนี้จะลงไปหาโลว์เดิมที่บริเวณ 14 บาทอะป่าว
เช่นเดียวกับในรายของ CRC ที่ราคาหุ้นไหลลงมาเรื่อย ๆ จนอีฉันสงสัยว่า ทำไมนักลงทุนสถาบันไม่อยากถือหุ้นตัวนี้อีกแล้ว! เพราะเมื่อดูตามเนื้อผ้าที่เกิดขึ้นจะเห็นว่า การยืนปิดที่ระดับ 17.40 บาท ลบไป 0.70 บาท หรือลงไป 3.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 310 ล้านบาท เป็นการเทรดบน PE 15 เท่า ซึ่งเป็นระดับที่ไม่สูงเกินไปสำหรับหุ้นที่ยังสามารถประคองกำไรไม่ให้ทรุดฮวบ แต่ถ้ามองในมุมของเศรษฐกิจไม่โต ก็จำเป็นต้องลดพอร์ตเจ้าค่ะ
ขนาดหุ้นยางมะตอย TASCO มีข่าวดีซัพพอร์ตเข้ามาตั้งแต่ต้นสัปดาห์ จนราคาพุ่งแรงในรอบหลายเดือน แต่วันนี้กลับทรุดตัวลงมาปิดที่ระดับ 14.20 บาท ลบไป 0.70 บาท หรือลงไป 4.70% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 186 ล้านบาท “โมนิก้า” ย่อมมองเป็นการกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง หรือพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ วันก่อนเป็นผลทางจิตวิทยาที่เชื่อว่า “จะดีขึ้น” แต่เรื่องจริง ๆ ยังไม่มีอะไรในกอไผ่นะนายจ๋า!
โมนิก้าและทีมงาน