THAI บนเส้นทางวิบาก

เชื่อไหมครับว่า การรีซูม เทรด หรือการกลับเข้ามาซื้อขายใหม่ในตลาดหลักทรัพย์ของหุ้นการบินไทย ภายหลังออกจากแผนฟื้นฟูกิจการ กลายเป็นหนังคนละม้วนกับหุ้น THAI ณ ปัจจุบันเลยทีเดียว


เชื่อไหมครับว่า การรีซูม เทรด หรือการกลับเข้ามาซื้อขายใหม่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ของหุ้นการบินไทย ภายหลังออกจากแผนฟื้นฟูกิจการ กลายเป็นหนังคนละม้วนกับหุ้น THAI ณ ปัจจุบันเลยทีเดียว

กลับมาเทรดวันแรก (4.. 68) สามารถทำราคาปิดได้ถึง 10.50 บาท จากราคาปิดครั้งสุดท้ายก่อนพักการซื้อขายยาวที่ 3.32 บาท และเหนือกว่าราคา RO ที่ 4.48 บาท ตอบแทนผู้ถือหุ้นเดิมที่ใส่เงินซื้อหุ้นเพิ่มทุนเข้าไปอย่างงดงาม

มูลค่าซื้อขายหุ้น THAI ตัวเดียว ปาเข้าไป 5,216 ล้านบาท เคยทำไฮถึง 19.40 บาท เมื่อกลางเดือนส.ค. 68 มาแล้ว

เหมือนกับจะกลายเป็นหุ้นความหวังใหม่ของหมู่บ้านขึ้นมาทันที แต่เดี๋ยวนี้ หลุดต่ำระดับ 7.50 บาทลงมาแล้ว

เรื่องนี้มีที่มา! ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยจำนวน 5 คน นำโดยดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ได้ไปร้องศาลแพ่งให้ระงับผลของมติการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นการบินไทยเมื่อ 19 ธ.ค. 68 และขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว 

โดยอ้างการขัดหรือแย้งต่อพ.ร.บ.บริษัทมหาชนและข้อบังคับบริษัท ซึ่งกำหนดให้จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นภายใน 4 เดือนนับแต่วันสิ้นสุดรอบปีบัญชีบริษัท ดังนั้นการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ต้องจัดภายในเดือนเม.ย. 68 ไม่ใช่ 19 ธ.ค. 68

าลแพ่งมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวตามคำขอโจทก์ เมื่อ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมา

ปัญหาในทางปฏิบัติที่เกิดขึ้นก็คือ บอร์ดบริหารที่เหลืออยู่ 6 คน ไม่มีผู้ใดมีอำนาจลงนามตามกฎหมายได้สักคนเดียว

ในขณะที่ การบินไทยมีภารกิจเฉพาะหน้าที่ต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน ก็คือ การลงนามเซ็นสัญญาจัดตั้งศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานกับคณะกรรมการ EEC และสัญญาเช่าเครื่องบินโบอิ้ง 787 จำนวน 10 ลำ

ฝ่ายผู้ถือหุ้นใหญ่กระทรวงการคลัง จำเลย ร้องขอไต่สวนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว  ศาลแพ่งต่อมา เมื่อ 6 ม.ค. 69 มีคำสั่ง “ยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว” ส่งผลให้มติ 19 ธ.ค. 68 ของที่ประชุมใหญ่สามัญ กลับมามีผลตามเดิม

ไม่ห้ามกรรมการใหม่ปฏิบัติหน้าที่ และไม่ห้ามการไปจดแจ้งเปลี่ยนแปลงกรรมการที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า 

ข้ออ้างของโจทก์ผู้ฟ้องว่า THAI จะได้รับความเสียหายจากแผนการลงทุนต่าง ๆ ก็ปรากฏว่าเป็นโครงการที่ได้รับอนุมัติไว้แล้ว โดยคณะกรรมการชุดเดิมที่โจทก์ประสงค์จะให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปศาลให้เหตุผลหลักว่า ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าการบริหารจะได้รับความเสียหายจากการแต่งตั้งบอร์ดใหม่ทั้ง 9 คน

อีกทั้งการที่โจทก์ผู้ฟ้อง อ้างราคาหุ้น THAI ลดลง ทำให้ผู้ถือหุ้นได้รับความเสียหาย ก็ปรากฏว่า ผู้ถือหุ้นทั้ง 5 เป็นเจ้าหนี้ประเภทแปลงหนี้เป็นทุนซึ่งอยู่ระหว่างการห้ามซื้อขาย กอปรกับการที่หุ้นจะขึ้นหรือลง ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับ “เงินปันผล” ที่โจทก์จะได้รับทั้งสิ้น

มันก็แปลกดีนะ! หุ้น THAI ที่เคยเป็นความหวังของหมู่บ้าน มีราคาเสื่อมถอยลงมา เกิดจากเหตุปัจจัยหลักจากการเปลี่ยนแปลงกรรมการ หรือเหตุจากการฟ้องกันแน่

ผลคำสั่งเพิกถอนการคุ้มครองชั่วคราว เมื่อ 7 ธ.ค.มีผลทำให้ หุ้น THAI ที่สะลึมสะลือมาช้านาน ปรับตัวขึ้นได้กว่า 4% ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาตาขึ้น อย่างไรก็ดี ศาลนัดฟังคำตัดสินคดีหลักกรณีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น 19 ธ.ค.ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ในวันที่ 16 ก.พ.เดือนหน้านี้

ต้องลุ้นหุ้น THAI ด้วยใจระทึกกันอีกครา ไม่รู้จะต้องสังเวย “อารมณ์แค้น” ส่วนบุคคลของใครบางคนกันไปถึงไหนล่ะเนี่ย

Back to top button