ฮือฮา! โผล่ชื่อ GULF ถือหุ้น KBANK เกือบ 1% หลังปิดสมุดล่าสุด

ฮือฮา! โผล่ชื่อ GULF เข้าถือหุ้น KBANK จำนวน 20,542,400 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 0.87% มูลค่า 2.5 พันล้านบาท หลังปิดสมุดล่าสุด ด้าน “นางสาวยุพาพิน” ยันเพียงซื้อขายปกติ หวังบริหารการเงินเพื่อเสริมสภาพคล่อง


ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (22 เม.ย.67) จากรายงานข้อมูลในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยถึงภาพรวมผู้ถือหุ้นของ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ปิดสมุดทะเบียนล่าสุด ณ วันที่ 14 มี.ค. 67 หลังขึ้นเครื่องหมาย XM พบรายชื่อ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ขึ้นแท่นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นอันดับที่ 14 ด้วยจำนวน 20,542,400 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 0.87% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดในกิจการ หรือคิดเป็นมูลค่าหุ้น 2,547.25 ล้านบาท (คำนวณจากราคาปิด 124 บาท เมื่อวันที่ 22 เม.ย.67)

อย่างไรก็ตามหากตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังของสัดส่วนการถือหุ้นใหญ่ผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ นับตั้งแต่ 14 ก.ย. 66 เป็นต้นไป จะไม่ปรากฏรายชื่อของ GULF  เนื่องจากตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรับปรุงเกณฑ์การเปิดเผยรายชื่อผู้ถือหลักทรัพย์ เพื่อให้ผู้ลงทุนมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนครบถ้วนยิ่งขึ้น จากเดิมที่กำหนดให้บริษัทจดทะเบียนเปิดเผยรายชื่อผู้ถือหลักทรัพย์รายใหญ่หรือผู้ถือหลักทรัพย์ 10 รายแรก เป็นให้บริษัทจดทะเบียนเปิดเผยรายชื่อผู้ถือหลักทรัพย์ที่มีสัดส่วนการถือครองหลักทรัพย์ตั้งแต่ 0.5% ของทุนชำระแล้ว แต่ไม่น้อยกว่า 10 ราย

ด้านนางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน GULF เปิดเผยว่าการเข้าถือหุ้นจำนวนดังกล่าวถือเป็นการลงทุนเพื่อบริหารการเงินของบริษัทฯ หรือเสริมสภาพคล่อง โดยไม่มีนัยสำคัญ

ทั้งนี้หากอนาคตราคาหุ้น KBANK ปรับเพิ่มขึ้นสูงก็อาจพิจารณาขายทำกำไรต่อไป หรือหากราคาหุ้นปรับลดลงลงมาในระดับน่าสนใจก็อาจทยอยลงทุนเพิ่มก็ได้ หรือถ้าอนาคตมีกำไรก็คงจะขายไปตามปกติ ส่วนธนาคารอื่นๆ ก็เหมือนกันถ้ารายไหนน่าสนใจก็อาจเข้าไปลงทุนเหมือนกัน

ขณะที่ในปัจจุบันทาง GULF เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ อันดับ 1 ใน INTUCH ถือหุ้นจำนวน 1,340,319,914 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 41.80% พร้อมกับเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ อันดับ 1 ใน THCOM ถือหุ้นจำนวน 450,870,934 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 41.14% นอกจากนี้ในส่วนของ ADVANC โดยมีทาง INTUCH เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ อันดับ 1 ถือหุ้น จำนวนทั้งสิ้น 1,202,712,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 40.44%

สำหรับผลการดำเนินงานของ KBANK รายงานไตรมาส 1/67 มีกำไรสุทธิ 13,485.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.55% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 10,741.06 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 38,528 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.47% ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ 185 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.28% ส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของค่าธรรมเนียมรับจากการจัดการกองทุน ค่าธรรมเนียมรับจากการรับรองตั๋ว อาวัล และค้ำประกัน และค่าธรรมเนียมรับจากธุรกิจบัตร

Back to top button