
ดักเก็บ 4 หุ้น รับเหมาตัวท็อป! จ่อชิงเค้กเมกะโปรเจกต์ M9 วงเงิน 1.58 หมื่นลบ.
ดักเก็บ 4 หุ้น รับเหมาตัวท็อป! เตรียมชิงเค้กเมกะโปรเจกต์ หลังครม.อนุมัติในก่อสร้างมอเตอร์เวย์ M9 ช่วงบางบัวทอง–บางปะอิน วงเงิน 15,862 ล้านบาท คาดเปิด TOR และประมูลหลังเลือกตั้งครึ่งหลังปี 69 โบรกชู STECON,CK, PYLON, TASCO เด่นรับอานิสงส์เต็ม
เมกะโปรเจกต์โครงสร้างพื้นฐานกำลังกลับมาสร้างแรงสั่นสะเทือนให้ตลาดทุนไทยอีกครั้ง เมื่อรัฐบาลส่งสัญญาณเดินหน้าลงทุนโครงข่ายคมนาคมรอบกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก ล่าสุดมติ คณะรัฐมนตรีของไทย ได้อนุมัติในหลักการให้กรมทางหลวง ดำเนินการก่อสร้างโครงการ ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 (M9) ช่วง บางบัวทอง–บางปะอิน มูลค่า 15,862 ล้านบาท เพื่อเชื่อมต่อกับโครงการ M9 ช่วงบางขุนเทียน–บางบัวทองให้เป็นโครงข่ายวงแหวนรอบนอกอย่างสมบูรณ์ ปัจจัยดังกล่าวกำลังถูกนักลงทุนจับตาในฐานะ Growth Story รอบใหม่ของภาคก่อสร้างไทย โดยเฉพาะ STECON,CK, PYLON และ TASCO ถูกยกเป็นหุ้นเด่นที่พร้อมรับอานิสงส์จากงานโยธาในอนาคต
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ที่ประชุม คณะรัฐมนตรีของไทย ได้อนุมัติในหลักการให้ กรมทางหลวง ดำเนินการก่อสร้างโครงการ ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 (M9) สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก ช่วง บางบัวทอง–บางปะอิน ด้วยวงเงินลงทุนรวม 15,862 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการและโครงข่ายคมนาคมที่เชื่อมโยง 3 จังหวัดสำคัญ ได้แก่ จังหวัดนนทบุรี, จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเติมเต็มการเชื่อมต่อกับโครงการ M9 ช่วง บางขุนเทียน–บางบัวทอง ที่ได้รับอนุมัติไปก่อนหน้าในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (Public-Private Partnership) ให้กลายเป็นโครงข่ายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครที่สมบูรณ์
บทวิเคราะห์จาก บล.กรุงศรี และมุมมองของ KSS Research ประเมินว่า การอนุมัติดังกล่าวจะกลายเป็น แรงหนุนเชิงจิตวิทยาและเรื่องเล่าเติบโต (Growth Story) ให้กับ หุ้นในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง โดยนักลงทุนมีแนวโน้ม เข้าดักเก็งกำไรตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการเปิดประมูลและการจัดทำขอบเขตงาน ซึ่งจะนำไปสู่การสร้าง Backlog งานโยธาใหม่ ที่อาจช่วยผลักดันรายได้และกำไรของบริษัทจดทะเบียนในภาคก่อสร้างให้เติบโตในอนาคต
ในขณะเดียวกัน บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DAOL ได้แสดงมุมมองเพิ่มเติมว่า โครงการ M9 ช่วงบางบัวทอง–บางปะอิน มีโอกาสเห็นการ เปิดร่างขอบเขตงานประกวดราคา (TOR) และการเปิดประมูลอย่างเป็นทางการในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 (2H69) หลังจากกระบวนการจัดทำ TOR เสร็จสิ้น และอาจต้องรอจังหวะ หลังการเลือกตั้งทั่วไปของไทย ซึ่งถูกประเมินว่าจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วย เร่งการเปิดประมูลโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาลชุดใหม่ เพื่อกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศ
DAOL ยังประเมินว่าการประมูลงานก่อสร้างอาจเกิดขึ้นใน สัญญาเดียว (Single Contract) โดยคาดว่า ผู้รับเหมารายใหญ่ของไทยจะเข้าร่วมประมูลทั้งหมด เพื่อชิงงานโยธามูลค่าสูงดังกล่าว หากบริษัทในกลุ่มรับเหมาขนาดใหญ่ เช่น บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) (STECON) หรือพันธมิตรในกลุ่มรับเหมาโครงการขนาดใหญ่ สามารถชนะประมูลได้ จะกลายเป็น Upside เพิ่มเติมให้กับราคาเป้าหมายของหุ้นราว 0.20–0.30 บาทต่อหุ้น ตาม Backlog ที่เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ จากบทวิเคราะห์ของ DAOL ยังคงให้น้ำหนักการลงทุนในกลุ่ม บริการก่อสร้างโดยรวมในระดับ Neutral แต่ Top Pick ยังคงเป็น STECON โดยให้คำแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” ที่ราคาเป้าหมาย 10.00 บาทต่อหุ้น อิงจากแนวโน้มกำไรปกติในไตรมาส 4/2568 และปี 2569 ที่ถูกประเมินว่าจะขยายตัวดี พร้อม Catalyst จากโอกาสรับงานใหม่ในภาคเอกชนที่อยู่ระหว่างการเจรจา
การอนุมัติโครงการ M9 ครั้งนี้จึงถูกมองเป็น Catalyst ระยะสั้นถึงกลาง ที่อาจช่วยปลุกโมเมนตัมการลงทุนในภาคก่อสร้างและวัสดุโยธาอีกครั้ง โดยนักลงทุนยังต้องติดตาม ความชัดเจนของการเปิด TOR และการประกาศประมูลอย่างเป็นทางการ เพื่อยืนยันขนาด Backlog งานโยธาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

