
โดนตลบหลังหนักขึ้น?
ดูเหมือนเรื่องสงครามที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อตลาดหุ้นทั่วโลกก่อนหน้านี้ กำลังแปรเปลี่ยนเป็นโอกาสลงทุนในหุ้นพื้นฐานที่ร่วงลงมาเยอะ
ดูเหมือนเรื่องสงครามที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อตลาดหุ้นทั่วโลกก่อนหน้านี้ กำลังแปรเปลี่ยนเป็นโอกาสลงทุนในหุ้นพื้นฐานที่ร่วงลงมาเยอะ ซึ่งเป็นผลมาจากหลายคนเชื่อว่า สถานการณ์ต่อจากนี้น่าจะดีขึ้นเป็นลำดับ หรือกรณีเลวร้ายสุดก็คงไม่ร่วงหนักเหมือนตอนเปิดฉากยิงกันใหม่ ๆ รวมทั้งราคาน้ำมันดิบวันนี้ไม่ได้พุ่งแรงไปถึง 120 เหรียญต่อบาร์เรลเหมือนวันวาน จึงทำให้สถานการณ์โดยรวมไม่ตึงเครียดสักเท่าไหร่นะจ๊ะ
เมื่อทุกอย่างไม่หนักหนาเหมือนที่กังวลกัน “โมนิก้า” ถึงเห็นด้วยที่ดัชนีประคองตัวปิดที่ระดับ 1,407.34 จุด บวกไป 1.58 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.67 หมื่นล้านบาท เพราะนักลงทุนรายย่อยยังมีความฮึกเหิมแบบสุด ๆ จึงซื้อสวนพวกนักลงทุนสถาบันในช่วงหลายวันที่ผ่านมา และทำให้ดัชนียืนหยัดเหนือระดับ 1,400 จุดได้อีกวัน แต่อย่าลืมว่า ฝรั่งตลบหลังหนักขึ้นทุกวันแบบนี้ เสียวสันหลังเหลือเกินเจ้าค่ะ
ส่วนรายที่น่าเป็นห่วงจริง ๆ กลายเป็นหุ้น PSL หลังกองเรือของตัวเองโดนยิงเข้าที่บั้นท้ายเต็ม ๆ ซึ่งทำให้สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซเดือดพล่านปุ๊ด ๆ พร้อมกับเกิดคำถามตามหลังมาว่า อะไรทำให้เรือไทยกล้าฝ่าดงระเบิด! เพราะมันเห็นกันทนโท่ว่า เสี่ยงสุด ๆ และผลดังกล่าวก็ทำให้ราคาหุ้นรูดลงมากองอยู่ที่ 6.95 บาท ลบไป 0.55 บาท หรือลงไป 7.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 104 ล้านบาทในทันทีจ้า!
ประเด็นดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” ต้องเอ่ยถึงเจ้าจำปี THAI เป็นรายถัดมา เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรือขนสินค้าของไทย สร้างแรงกดดันให้กับธุรกิจการบินอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะมีทั้งเรื่องต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้น และไฟลต์บินที่อาจลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และเรื่องนี้ก็สะท้อนออกมาในรูปของราคาหุ้นที่ทรง ๆ ทรุดๆ จนหาทางขึ้นไม่เจอ อีฉันถึงมองการยืนปิดที่ระดับ6.20 บาท ลบไป 0.05 บาท หรือลงไป 0.80% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 137 ล้านบาท เสี่ยงต่ำ..แต่จะขึ้นเมื่อไหร่..ไม่รู้?
อีกรายที่โดนผลกระทบเต็ม ๆ เช่นกันก็คือ BAFS ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเติมน้ำมันเครื่องบิน ก็โดนผลกระทบทั้งราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และไฟลต์บินที่มีจำนวนลดลง ส่งผลให้นักลงทุนเทขายหุ้นออกมาเป็นจำนวนมาก จนหุ้นร่วงจากราคาเหนือ 10 บาทลงมาเรื่อย ๆ ขณะที่วานนี้หุ้นยืนอยู่ที่ระดับ 8.25 บาท บวกไป 0.05 บาทแบบนี้..กลายเป็นหุ้นที่น่าซื้อเช่นกัน แต่จะขึ้นเมื่อไหร่ก็เท่านั้นเอง..อิอิอิ
สิ่งที่น่าคิดถัดมาก็คือ PTTGC ถือเป็นหุ้นที่น่าจะได้ประโยชน์จากสต๊อกสินค้ามากสุดในวิกฤตครั้งนี้ และราคาหุ้นก็ตอบรับด้วยขยับก้นจากระดับ 23 บาทขึ้นมาเรื่อย ๆ จนวานนี้ยืนปิดที่ระดับ 26.75 บาท ลบไป 0.25 บาท หรือลงไป 0.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 812 ล้านบาท โดยยอดเก่าของหุ้นอยู่ที่ระดับ 29 บาทแบบนี้ มันเป็นจังหวะที่น่าเล่นเก็งกำไรเสียเหลือเกิน เพราะเห็นกันชัด ๆ ว่า ไตรมาส 1 กำไรโตสวนสงครามแน่ ๆ เจ้าค่ะ
เรื่องข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” ต้องเอ่ยถึงหุ้น BCP ขึ้นมาทันที เพราะรายนี้มีทั้งโรงกลั่นน้ำมัน มีปั๊มน้ำมัน และยังมีน้ำมัน E20, E85 และดีเซล B7 ล้วนเป็นองค์ประกอบที่เอื้ออำนวยให้บริษัททำกำไรได้อย่างแข็งแกร่ง อีฉันถึงมองการยืนปิดที่ระดับ 36.25 บาท บวกไป 1.75 บาท หรือขึ้นไป 5% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 217 ล้านบาท เหมาะต่อการเล่นเก็งกำไรอย่างไม่ต้องสงสัยพะยะค่ะ
น่าแปลกใจตรงหุ้น COM7 สามารถยืนระยะได้ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ทั้งที่ภาพใหญ่ของตลาดมีแรงขายทำกำไรออกมาเป็นระลอก “โมนิก้า” ถึงอยากให้นักเล่นประเมินการยืนปิดที่ 23.50 บาท บวกไป 1.40 บาท หรือขึ้นไป 6.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 641 ล้านบาท เหมาะต่อการโหนกระแสจริงไหมเอ่ย? เพราะสิ่งที่หลายคนรับรู้ ณ เวลานี้คือ กำลังซื้อหดตัวต่อเนื่องนะซี
โมนิก้าและทีมงาน