
TPCH พุ่งต่อ 5% รับข่าวดีจ่อ COD โซลาร์ “สปป.ลาว” ครบ 100 MW
TPCH บวกต่อ 5% เล็ง COD โครงการโซลาร์ฟาร์ม สปป.ลาว ครบ 100 เมกะวัตต์ ไตรมาส 2/69 พร้อมเตรียมประมูลโซลาร์ฟาร์มชุมชนภาครัฐ แย้มศึกษาพลังงานสีเขียว รองรับธุรกิจดาต้า เซ็นเตอร์ มั่นใจกำลังผลิตไฟฟ้าปีนี้แตะ 190 เมกะวัตต์ ส่วนโครงการวินด์ฟาร์ม ในกัมพูชา กำลังเร่งหาผู้ร่วมทุนรายใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (12 มี.ค.69) ราคาหุ้น บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TPCH ณ เวลา 10:18 น. อยู่ที่ระดับ 2.04 บาท บวก 0.10 บาท หรือ 5.15% สูงสุดที่ระดับ 2.12 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 2 บาท ด้วยมุลค่าการซื้อขาย 4.86 ล้านบาท
นายเชิดศักดิ์ วัฒนวิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ TPCH กล่าวว่า โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์ฟาร์ม) ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ขนาดกำลังการผลิต 100 เมกะวัตต์ (MW) เป็นการร่วมทุนระหว่าง TPCH และบริษัท แม่โขง พาวเวอร์ จำกัด (MKP) ในสัดส่วน 40% ซึ่งได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (EDL) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
โดยโครงการโซลาร์ฟาร์มดังกล่าว เริ่มดำเนินการ Pre-COD บางส่วนเพื่อทดสอบระบบแล้วตั้งแต่เดือน พ.ย. 2568 ปัจจุบันมีความคืบหน้าในการติดตั้งไปแล้วประมาณ 60% คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งหมดช่วงปลายเดือน เม.ย. 2569 ซึ่งบริษัทยังคงเป้าหมายการ COD ครบทั้ง 100 เมกะวัตต์ ภายในไตรมาส 2/2569 จากช่วงไตรมาส 1/2569 ที่มีการรับรู้รายได้ประมาณ 15% และคาดจะเริ่มรับรู้รายได้เต็มจำนวนตั้งแต่ไตรมาส 3/2569 เป็นต้นไป
ด้านโครงการพลังงานลม (วินด์ฟาร์ม) ในประเทศกัมพูชา มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 150 เมกะวัตต์ มูลค่าเงินลงทุน 500 ล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันที่ยังไม่เอื้ออำนวยให้ไปต่อ จึงไม่มีแผนที่จะลงทุนต่อ เนื่องจากมีความไม่ปลอดภัย จึงกำลังอยู่ระหว่างเจรจาหาผู้ร่วมทุนรายใหม่เข้าไปลงทุน
สำหรับโครงการในประเทศไทย จะมีการเตรียมประมูลโครงการโซลาร์ชุมชน จากนโยบายของรัฐชุดที่แล้วที่ประกาศออกมา ตอนนี้บริษัทจึงมีการจัดเตรียมที่ดินที่มีอยู่ ทั้งที่ดินโครงการที่ จ.นครสวรรค์ พัทลุง สตูล หรือที่ปัตตานี เพื่อใช้ยื่นประมูลในโครงการโซลาร์ชุมชน
นอกจากนี้ บริษัทยังมีการศึกษาเพิ่มเติมในเรื่องของพลังงานสีเขียวเพื่อเข้าไปซัพพอร์ตในธุรกิจใหม่ ๆ เช่น ธุรกิจดาต้า เซ็นเตอร์ที่กำลังเกิดขึ้น โดยกำลังดูว่าจะเข้าไปทำพลังงานสีเขียวให้กับดาต้า เซ็นเตอร์ได้ ซึ่งเป็นเทรนด์หลัก และมีผู้ประกอบการดาต้า เซ็นเตอร์หลายรายเข้ามาลงทุน ที่ส่วนใหญ่จะมากระจุกตัวในพื้นที่ EEC หรือ EECd ซึ่งเป็นโซนพิเศษ จะดึงดูดเม็ดเงินการลงทุนดาต้า เซ็นเตอร์เข้ามา จึงยังอยู่ระหว่างการศึกษา รวมถึงมองการเติบโตที่จะเกิดขึ้น เพื่อมาชดเชย Adder ที่กำลังจะหมดไป
ส่วนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ สยาม พาวเวอร์ นนทบุรี (SPNT) กำลังการผลิตติดตั้ง 9.5 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างการปรับปรุงเครื่องจักร เพื่อเพิ่มเสถียรภาพการเดินเครื่อง ขณะที่โครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน สยาม พาวเวอร์ นากลาง (SPNK) และหนองสาหร่าย (SPNS) ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งแห่งละ 9.9 เมกะวัตต์ ได้รับใบอนุญาตก่อสร้างอาคารแล้ว และอยู่ระหว่างขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4) จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม
ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายมีกำลังการผลิตรวมทั้งในและต่างประเทศภายในปี 2569 ที่ระดับ 190 เมกะวัตต์ และยังคงมองหาโอกาสการลงทุนใหม่ในธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อสร้างการเติบโตและเพิ่มช่องทางรายได้ในระยะยาว จากปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลที่ COD แล้วจำนวน 7 แห่ง ได้แก่ CRB, MWE, MGP, TSG, PGP, SGP และ PTG รวมกำลังการผลิตติดตั้ง 80.7 เมกะวัตต์ อีกทั้งจะมีการบริหารจัดหาแหล่งเชื้อเพลิงใหม่ เช่น การใช้ใยปาล์มเพื่อควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ


