
“น้ำมันเบรนท์” ทะลุ 100 เหรียญ ตลาดผวาปิดฮอร์มุซ เสี่ยงสะเทือนขนส่งพลังงานโลก
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งกลับมายืนเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตลาดกังวลความตึงเครียดช่องแคบฮอร์มุซ เสี่ยงกระทบเส้นทางขนส่งพลังงานโลก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดย ณ เวลา 09.48 น. วันที่ 12 มีนาคม 2569 ตามเวลาประเทศไทย อยู่ที่ 100.35 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 8.37 ดอลลาร์ หรือ 9.10% จากราคาปิดก่อนหน้าที่ 91.98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สำหรับการซื้อขายในวันดังกล่าว ราคาน้ำมันเบรนท์ เปิดตลาดที่ 93.74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนปรับตัวขึ้นไปทำระดับ สูงสุดที่ 101.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และมีระดับ ต่ำสุดระหว่างวันที่ 93.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐฯ–อิสราเอล กับอิหร่าน ที่ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่สอง และส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาคตะวันออกกลาง
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ตลาดกังวลคือ ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก โดยมีน้ำมันประมาณ หนึ่งในห้าของการค้าพลังงานโลก ผ่านเส้นทางดังกล่าว หากการเดินเรือยังถูกจำกัด อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันจากประเทศผู้ผลิตหลักในตะวันออกกลาง
ขณะเดียวกัน มีรายงานความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาค รวมถึงคลังเก็บน้ำมันและโรงกลั่นบางแห่ง ซึ่งเพิ่มความกังวลต่อเสถียรภาพของอุปทานน้ำมันในตลาดโลก
ด้าน สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) อยู่ระหว่างพิจารณามาตรการปล่อยน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งอาจมีขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ และอาจมากกว่าการระบาย 182 ล้านบาร์เรลในปี 2565 หลังสงครามรัสเซีย–ยูเครน
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ระบุว่า แม้มาตรการระบายคลังสำรองอาจช่วยเพิ่มอุปทานในระยะสั้น แต่ความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของการขนส่งน้ำมันและความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานยังคงเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางราคาน้ำมัน
นอกจากนี้ หากข้อจำกัดด้านการส่งออกน้ำมันยังคงดำเนินต่อไป อาจทำให้บางประเทศผู้ผลิตเผชิญปัญหาคลังเก็บน้ำมันเต็ม จนต้องลดกำลังการผลิตชั่วคราว ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะอุปทานตึงตัวในตลาดพลังงานโลกในระยะต่อไป

