“ดาโอ” แนะซื้อ SCGP ส่งซิกกำไร Q4 ฟื้น แตะ 1.3 พันลบ. เคาะเป้า 22 บาท

บล.ดาโอ ประเมินมุมมอง SCGP ส่งสัญญาณไตรมาส 4/2568 ฟื้นตัว คาดกำไรอยู่ในระดับแข็งแกร่งราว 1.3 พันล้านบาท จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นและอัตราใช้กำลังการผลิตที่ดีขึ้น


บริษัท ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4 ปี 2568 ในระดับแข็งแกร่งที่ประมาณ 1.3 พันล้านบาท พลิกกลับจากขาดทุนสุทธิ 57 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 33 จากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่หากไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว คาดว่ากำไรปกติจะอยู่ที่ 977 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1,493 เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ลดลงร้อยละ 4 จากไตรมาสก่อนหน้า

ทั้งนี้ สมมติฐานสำคัญที่สนับสนุนประมาณการดังกล่าว ได้แก่ ประการแรก ปริมาณขายรวมคาดว่าจะอยู่ที่ 1.48 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีแรงหนุนจากอัตราการใช้กำลังการผลิตของกลุ่มกระดาษบรรจุภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม คาดว่าราคาขายเฉลี่ยแบบผสม (Blended ASP) จะอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ตามภาวะอุปทานที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาค

ประการที่สอง บริษัท PT. Fajar Surya Wisesa Tbk. (Fajar) มีแนวโน้มเห็นปริมาณขายที่เติบโตขึ้น รวมถึงปริมาณการส่งออกไปยังประเทศจีน อย่างไรก็ดี ราคาขายเฉลี่ยยังคงถูกกดดันจากการแข่งขันที่อยู่ในระดับสูง และประการที่สาม คาดว่าบริษัทจะรับรู้กำไรจากการต่อรองราคาซื้อ (gain on bargain purchase) ภายหลังจากที่ SCGP เข้าซื้อหุ้นในบริษัท PT Prokemas Adhikari Kreasi (MYPAK) ในสัดส่วนร้อยละ 100 แล้วเสร็จตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568

สำหรับภาพรวมทั้งปี นักวิเคราะห์ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2568 และปี 2569 ไว้ที่ 3.8 พันล้านบาท และ 4.5 พันล้านบาท ตามลำดับ เพิ่มขึ้นจากระดับ 3.7 พันล้านบาทในปี 2567 โดยมีสมมติฐานหลัก ได้แก่ การเติบโตของปริมาณขายรวม อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น และค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลง ทั้งนี้ หากผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2568 เป็นไปตามที่คาดการณ์ จะมีอัพไซด์ประมาณร้อยละ 8 ต่อประมาณการกำไรทั้งปี

อย่างไรก็ดี ฝ่ายนักวิเคราะห์ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับหุ้น SCGP ที่ราคาเป้าหมาย 22.00 บาท อิงอัตราส่วนราคาต่อกำไรปี 2569 (2026E PER) ที่ระดับ 21.1 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว 1.50 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน โดยมองว่าบริษัทมีแนวโน้มเห็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 1 ปี 2569 ตามทิศทางราคากระดาษรีไซเคิล (RCP) ที่อ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง

Back to top button