CPN ตีปีก! “รฟท.” ไฟเขียวต่อสัญญา “เซ็นทรัลลาดพร้าว” 30 ปี จ่ายผลตอบแทน 3.3 หมื่นล้าน

คณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทยเห็นชอบผลเจรจาเอกชน ต่อสัญญาเช่าพื้นที่ศูนย์การค้า “เซ็นทรัล ลาดพร้าว” อีก 30 ปี เสนอผลตอบแทนรวม 3.3 หมื่นล้านบาท


นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 15 มกราคม มีมติเห็นชอบผลการเจรจากับบริษัท เซ็นทรัลอินเตอร์พัฒนา จำกัด เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์พื้นที่ศูนย์การค้าบริเวณสามเหลี่ยมย่านพหลโยธิน หรือศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ตามที่ บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยด้านการบริหารสัญญาที่ดิน ได้ดำเนินการเจรจากับภาคเอกชนไว้ก่อนหน้านี้

โดยผลการเจรจากำหนดให้มีการทำสัญญาเช่าที่ดินฉบับใหม่เป็นระยะเวลา 30 ปี ภายหลังสัญญาเดิมสิ้นสุด โดยเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2571 ถึงวันที่ 18 ธันวาคม 2601 ซึ่งเสนอผลตอบแทนรวมประมาณ 33,000 ล้านบาท พร้อมเงื่อนไขให้ภาคเอกชนลงทุนเพิ่มเติมอีก 4,500 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงอาคาร ระบบสาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ทั้งนี้ เมื่อสิ้นสุดสัญญา ทรัพย์สินทั้งหมดจะตกเป็นของรถไฟแห่งประเทศไทย

นายอนันต์ระบุว่า ขั้นตอนภายหลังจากบอร์ดมีมติ จะเป็นการจัดทำเอกสารและพิจารณารายละเอียดในประเด็นความเห็นต่างให้ครบถ้วน คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน และสามารถลงนามสัญญาใหม่ได้ไม่เกินเดือนมีนาคมนี้

สำหรับรายได้ที่รถไฟแห่งประเทศไทยจะได้รับจากสัญญาดังกล่าว จะเป็นค่าเช่าที่บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด ชำระให้ตลอดอายุสัญญา 30 ปี โดยไม่ได้รับเป็นเงินก้อนในคราวเดียว แต่เป็นรายได้ในรูปแบบค่าเช่าจากการให้สิทธิบริหารทรัพย์สิน ขณะที่บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด จะได้รับค่าดำเนินการจากการนำทรัพย์สินไปให้เช่าช่วง ซึ่งเป็นผลตอบแทนส่วนต่างหลังหักค่าเช่าที่ต้องส่งให้รถไฟแห่งประเทศไทย

ทั้งนี้ สัญญาเช่าฉบับใหม่มีการคำนวณมูลค่าปัจจุบันสุทธิจากฐานโครงการ ณ ปัจจุบัน เมื่อคำนวณตลอดระยะเวลา 30 ปี ทำให้มูลค่าสัญญาอยู่ที่ประมาณ 33,000 ล้านบาท โดยหากเปรียบเทียบกับสัญญาเดิมที่มีระยะเวลาเช่า 20 ปี มูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาท การขยายระยะเวลาเป็น 30 ปี จึงทำให้มูลค่าสัญญาเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนของระยะเวลาที่ยาวขึ้น เพื่อสะท้อนความสมดุลของผลตอบแทนในระยะยาว

ขณะที่ล่าสุด ณ เวลา 15:26 น. ราคาหุ้น บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN อยู่ที่ระดับ 56.75 บาท บวก 1.50 บาท หรือ 2.71% สูงสุดที่ระดับ 56.75 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 54.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 576.90 ล้านบาท

Back to top button