
ถอดรหัสวิธีคิด “ศุภชัย เจียรวนนท์” เปลี่ยนความท้าทาย เป็นโอกาสสร้างอนาคตไทยที่ยั่งยืน
ถอดรหัสวิธีคิด คุณศุภชัย เจียรวนนท์ กับภารกิจเปลี่ยนโครงสร้างประเทศ 4 มิติ "เทคโนโลยี-การเงิน-นวัตกรรม-คน" พร้อมขับเคลื่อนไทยสู่ Tech Hub ด้วย CP-CoE เพื่อเปลี่ยนทุกวิกฤต ให้เป็นอนาคตที่ยั่งยืนของทุกคน
ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก (Global Economic Volatility) และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดด ประเทศไทยกำลังยืนอยู่บนทางแพร่งสำคัญที่ต้องเร่งปรับตัวเพื่อหนีจากกับดักรายได้ปานกลาง ในสภาวะเช่นนี้ นิยามของ “ผู้นำองค์กร” จึงเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ผู้นำในทศวรรษใหม่ไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่พาองค์กรฝ่าคลื่นลมเพื่อสร้างผลกำไรสูงสุดเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ยังต้องแบกรับความคาดหวังในการเป็น “กลไกขับเคลื่อน” เพื่อวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานใหม่ให้กับประเทศ
กรณีศึกษาที่น่าจับตามองในเวลานี้ คือการขยับตัวของ คุณศุภชัย เจียรวนนท์ แม่ทัพใหญ่แห่งเครือซีพี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของภาคเอกชนที่ก้าวเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางอนาคตเศรษฐกิจไทย ผ่านการลงมือทำที่วัดผลได้จริง ซึ่งสามารถถอดรหัสออกมาเป็น 4 มิติสำคัญ ที่กำลังกลายเป็นรากฐานของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ดังนี้
1. เปลี่ยน “โครงสร้างพื้นฐาน” ให้เป็นแต้มต่อของประเทศ
ในยุคที่ข้อมูล (Data) มีค่าดั่งน้ำมันบ่อใหม่ การมีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งคือหัวใจสำคัญของการแข่งขัน โจทย์ที่ “คุณศุภชัย” ผลักดันผ่านกลุ่มทรู จึงขยับขยายจากการเป็นเพียงผู้ให้บริการเครือข่าย ไปสู่การวางรากฐานโทรคมนาคม (Telecom Infrastructure) ที่ครบวงจร ทั้งการปูพรม 5G และการยกระดับ True IDC สู่การเป็น Data Center ระดับสากล สิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือน “กระดูกสันหลัง” ที่จำเป็นอย่างยิ่ง หากประเทศไทยหวังที่จะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก และเตรียมความพร้อมสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัลเต็มรูปแบบ
2. เปลี่ยน “ภูมิทัศน์การเงิน” เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ
ความสำเร็จของ Ascend Money และ TrueMoney ในฐานะฟินเทคยูนิคอร์น มีนัยสำคัญที่มากกว่ามูลค่าบริษัท นั่นคือการสร้าง “ความทั่วถึงทางการเงิน” (Financial Inclusion) บทบาทสำคัญของเทคโนโลยีการเงินในยุคนี้ คือการดึงประชากรจำนวนมากที่เคยอยู่นอกระบบธนาคารให้สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้ ซึ่งการผลักดันสังคมไร้เงินสดและขยายฐานสู่ภูมิภาคอาเซียนนี้ คือกุญแจสำคัญที่ช่วยเชื่อมต่อระบบเศรษฐกิจของภูมิภาคให้ไร้รอยต่อยิ่งขึ้น
3. เปลี่ยน “พื้นที่” ให้เป็นระบบนิเวศแห่งนวัตกรรม
อุปสรรคสำคัญที่สตาร์ทอัพไทยเคยเผชิญ คือการขาดแคลนระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่เอื้อต่อการเติบโต การเกิดขึ้นของ True Digital Park จึงเข้ามาตอบโจทย์นี้โดยตรง ด้วยเป้าหมายในการเป็น Tech Hub ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน พื้นที่นี้จึงไม่ได้เป็นเพียงอาคารสำนักงาน แต่ทำหน้าที่เป็น “สนามทดลอง” (Sandbox) และศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนสถานะของประเทศไทยจากผู้ซื้อเทคโนโลยี ให้กลายเป็นผู้ที่มีศักยภาพในการสร้างสรรค์และแข่งขันในเวทีโลก
4. เปลี่ยน “คน” เพื่อความยั่งยืนสู่อนาคต
เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุด จะไร้ความหมายหากขาด “คน” ที่มีคุณภาพ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์จึงเป็นอีกหนึ่งมิติที่ “คุณศุภชัย” ให้ความสำคัญ โดยเฉพาะผ่านโครงการ Connext ED ซึ่งเป็นการระดมความร่วมมือจากภาคเอกชนกว่า 40 องค์กร เพื่อยกระดับการศึกษาในโรงเรียนประชารัฐ โครงการนี้มุ่งเน้นการลดความเหลื่อมล้ำและปูพื้นฐานทักษะดิจิทัล เพื่อเตรียมความพร้อมให้เยาวชนไทยก้าวทันโลกยุคใหม่
ก้าวต่อไปของนวัตกรรมที่มากกว่า AI
ท่ามกลางคลื่นเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนโฉมโลก ล่าสุดคุณศุภชัย และเครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ตอกย้ำบทบาทการเป็น Tech-Driven Company ด้วยการเปิดตัว CP-Center of Excellence (CP-CoE) ณ True Digital Park ศูนย์นวัตกรรมที่ถูกออกแบบให้เป็น “ระบบนิเวศแห่งอนาคต” ซึ่งหลอมรวมโลกชีวภาพ โลกดิจิทัล และโลกข้อมูลเข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม CP-CoE มิได้จำกัดอยู่เพียงการพัฒนา AI แต่ขับเคลื่อนผ่านสามเสาหลักสำคัญ ได้แก่ Bio-Technology Lab เพื่อความมั่นคงทางอาหารและสุขภาพอย่างยั่งยืน, Digital & AI Lab สำหรับระบบอัจฉริยะและการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง และ Data Center & Cloud COE ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของ Big Data, Cloud และ Cybersecurity การจัดตั้ง CP-CoE จึงสะท้อนวิสัยทัศน์ที่มองไกลกว่าการประยุกต์เทคโนโลยี แต่คือการสร้างกลไกเชิงระบบเพื่อพัฒนานวัตกรรม ถ่ายทอดองค์ความรู้ ต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ และสร้างธุรกิจใหม่ร่วมกับพันธมิตร เมื่อเป้าหมายขององค์กรเอกชนถูกเชื่อมโยงเข้ากับเป้าหมายของประเทศ การขับเคลื่อนครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงกลยุทธ์ทางธุรกิจ หากแต่เป็นพลังสำคัญในการวางรากฐานเศรษฐกิจนวัตกรรมและอนาคตของประเทศไทย

