ASIA พลิกโฉม “โรงแรม” สู่ 5 ดาว! โชว์ยอดจองห้องก.พ.พุ่ง 80%

ASIA เดินหน้าศึกษาแผนยกระดับโรงแรมสู่ระดับ 5 ดาว หลังสัญญาณดีมานด์ฟื้นตัวชัด โชว์ยอดจองห้องพักเดือนกุมภาพันธ์แตะระดับ 80% สะท้อนศักยภาพทำเลและโอกาสอัปเกรดราคาห้องพัก หนุนการเติบโตในระยะถัดไป


นายพัชรพล เตชะหรูวิจิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอเชียโฮเต็ล จำกัด (มหาชน) หรือ ASIA เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาทิศทางการลงทุนเพื่อปรับปรุงสินทรัพย์หลักของกลุ่ม โดยเฉพาะโรงแรมในกรุงเทพมหานครและพัทยา ซึ่งถือเป็น “สินทรัพย์หลัก (Core Asset)” ของพอร์ตโรงแรม เนื่องจากตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพสูง และเปิดให้บริการมาเป็นระยะเวลานานจนถึงจุดที่จำเป็นต้องมีการปรับปรุงครั้งใหญ่

สำหรับโรงแรมในพัทยา บริษัทได้ศึกษาความเป็นไปได้ในหลายทางเลือก ทั้งการยกระดับคุณภาพโรงแรม และการร่วมมือกับเชนโรงแรมระดับนานาชาติ โดยได้มีการหารือกับเชนโรงแรมต่างประเทศหลายราย ควบคู่กับการประเมินร่วมกับทีมพัฒนาภายใน เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในการกำหนดตำแหน่งทางการตลาดว่าจะอยู่ในระดับโรงแรม 4 ดาว หรือ 5 ดาว ให้สอดคล้องกับสภาพการแข่งขันของตลาดพัทยาในปัจจุบัน

นายพัชรพล ระบุว่า หากโรงแรมยังคงอยู่ในระดับ 4 ดาว ต้นทุนการดำเนินงานจะใกล้เคียงกับปัจจุบัน ขณะที่ราคาห้องพักสามารถปรับเพิ่มขึ้นได้ราว 30% จากการปรับปรุงให้มีความทันสมัยมากขึ้น แต่หากยกระดับเป็นโรงแรม 5 ดาว ราคาห้องพักอาจปรับเพิ่มขึ้นได้ถึง 100% จากระดับเฉลี่ยประมาณ 1,500 บาทต่อคืน เป็นราว 3,500 บาทต่อคืน

จากการประเมินตลาด โรงแรมระดับ 5 ดาวในพัทยามีอัตราค่าห้องพักอยู่ในช่วง 2,000–5,000 บาทต่อคืน โดยบริษัทประเมินค่าเฉลี่ยที่เหมาะสมไว้ที่ประมาณ 3,500 บาทต่อคืน และยังมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นได้อีกประมาณ 30–40% ทั้งนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับเชนโรงแรมแต่ละราย เพื่อประเมินความคาดหวังด้านราคาห้องพัก รูปแบบการบริหาร และโครงสร้างการลงทุนในแต่ละทางเลือก

อย่างไรก็ตาม การลงทุนดังกล่าวถือเป็นโครงการขนาดใหญ่และมีผลต่อทิศทางระยะยาวของบริษัท จึงจำเป็นต้องได้รับการพิจารณาและอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท รวมถึงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ โดยขณะนี้บริษัทได้จัดเตรียมข้อมูลและความพร้อมไว้ครบถ้วนแล้ว และคาดว่าจะสามารถสรุปแนวทางการลงทุนได้ภายในช่วงกลางปีนี้

สำหรับแผนการปรับปรุงโรงแรมในกรุงเทพมหานคร บริษัทมีแผนปรับปรุงห้องพักประมาณ 590 ห้อง ขณะที่โรงแรมในพัทยามีจำนวนประมาณ 300 ห้อง โดยระยะเวลาดำเนินการปรับปรุงในกรุงเทพฯ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ปีครึ่ง ส่วนพัทยาอาจใช้เวลานานกว่าอยู่ที่ราว 2–3 ปี เนื่องจากมีพื้นที่ส่วนกลางและโครงสร้างที่ต้องปรับปรุงเพิ่มเติม ทั้งนี้ การปรับปรุงอาจเริ่มตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4 เป็นต้นไป ซึ่งในระหว่างดำเนินการอาจมีความจำเป็นต้องปิดให้บริการบางส่วน ส่งผลให้ผลประกอบการในช่วงดังกล่าวชะลอตัวลงบ้าง

ในด้านงบลงทุน บริษัทประเมินวงเงินลงทุนรวมอยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาท โดยได้มีการหารือกับสถาบันการเงินแล้ว และได้รับการสนับสนุนจากธนาคารพาณิชย์ เนื่องจากเชื่อมั่นในศักยภาพของทำเลทั้งกรุงเทพฯ และพัทยา ไม่ว่าจะเลือกดำเนินการภายใต้แบรนด์เอเชียเดิม หรือร่วมมือกับแบรนด์โรงแรมระดับนานาชาติ

ขณะที่ภาพรวมผลการดำเนินงานธุรกิจโรงแรมในปีที่ผ่านมา โรงแรมเอเชีย กรุงเทพฯ มีผลประกอบการที่แข็งแกร่ง โดยตั้งเป้าอัตราการเติบโตเฉลี่ยราว 10% ต่อปี ส่วนโรงแรมในต่างจังหวัดได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวจีน โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีอัตราการเข้าพักลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงต้นปี ก่อนจะฟื้นตัวดีขึ้นในช่วงปลายปี

ทั้งนี้ อัตราการเข้าพักเฉลี่ยของโรงแรมในเชียงใหม่ในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 60% ก่อนปรับเพิ่มขึ้นเป็น 80–90% ในช่วงไตรมาส 4 อย่างไรก็ตาม ในช่วงต้นปีปัจจุบันอัตราการเข้าพักเริ่มกลับมาอ่อนตัวอีกครั้ง

สำหรับทิศทางการท่องเที่ยวในช่วงต้นปีนี้  สัญญาณโดยรวมเริ่มปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีอัตราการจองห้องพักในเดือนมกราคมเกือบเต็มทุกวัน ขณะที่เดือนกุมภาพันธ์มีอัตราการจองอยู่ที่ประมาณ 70–80% ส่วนพัทยามีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยราว 70–80% แม้ราคาห้องพักยังไม่สามารถปรับเพิ่มได้ตามศักยภาพ เนื่องจากโรงแรมยังไม่ได้รับการปรับปรุง

นายพัชรพล กล่าวทิ้งท้ายว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการกำหนดตำแหน่งทางการตลาดอย่างรอบคอบ เนื่องจากการลงทุนปรับปรุงครั้งนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของโรงแรมไปอีกอย่างน้อย 10–15 ปี หากเลือกยกระดับเป็นโรงแรม 5 ดาว จะไม่สามารถปรับลดระดับลงได้ง่ายในอนาคต ขณะที่การคงสถานะโรงแรมระดับ 4 ดาว จะมีความยืดหยุ่นด้านต้นทุนและการบริหารมากกว่า แม้ผลตอบแทนระยะสั้นอาจไม่โดดเด่นเท่าระดับ 5 ดาวก็ตาม

Back to top button