ฝรั่งเชื่อภูมิใจไทยมา!

ก่อนอื่นต้องบอกกับนักลงทุนทุกท่านว่า กระแสเลือกตั้งที่มาแรงสุดในช่วงนี้ คงต้องมองไปที่พรรคภูมิใจไทยเป็นลำดับแรก


ก่อนอื่นต้องบอกกับนักลงทุนทุกท่านว่า กระแสเลือกตั้งที่มาแรงสุดในช่วงนี้ คงต้องมองไปที่พรรคภูมิใจไทยเป็นลำดับแรก แถมกระแสดังกล่าวก็ลามเข้ามาถึงหุ้นไทยเหมือนกัน จนมีคำอธิบายหลุดออกมาจากนักลงทุนหลายรายว่า ตอนนี้ฝรั่งมองการมาของพรรคสีน้ำเงินจะทำให้สถานการณ์หลายอย่างมีความชัดเจนขึ้น ซึ่งเป็นผลดีโดยตรงกับบรรยากาศของประเทศไทยไงล่ะจ๊ะ

งานนี้จริงเท็จประการใดต้องรอดูกันไปเรื่อย ๆ แต่อย่างน้อยก็ทำให้อีฉันรู้ว่า นักลงทุนที่เป็นแกนหลักมีมุมมองที่เป็นเช่นนี้ และการที่ดัชนีพุ่งขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,296.37 จุด บวกไป 13.17 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.27 หมื่นล้านบาท น่าจะเป็นเครื่องการันตีแนวความคิดดังกล่าวได้ในระดับหนึ่ง พร้อมกับจุดประกายความหวังที่จะได้เห็นดัชนีขึ้นไปทดสอบไฮเดิมที่บริเวณ 1,350 จุดอีกครั้งพะยะค่ะ

ที่สำคัญอย่าลืมว่า ไฮเดิมดังกล่าวเกิดขึ้นในจังหวะที่ “เสี่ยหนู” ก้าวขึ้นมาเป็นนายกฯ คนที่ 32 ซึ่งเป็นจังหวะที่ประจวบเหมาะกับสถานการณ์ในตอนนี้พอดี “โมนิก้า” ถึงอยากให้นักเล่นประเมินเรื่องดังกล่าวมีความน่าเชื่อขนาดไหน? เพราะตัวอีฉันเองก็สืบเสาะข้อมูลที่เขาพูด ๆ มาได้เท่านี้..ส่วนคนอื่นจะเห็นด้วยประการใด หรือจะมีความเห็นแย้งกับสิ่งที่เม้าท์ให้ฟัง ก็แชร์ข้อมูลกันได้เจ้าค่ะ

เหมือนกับการขึ้นของร้านสะดวกซื้อ CPALL ก่อนจะปิดไปที่ระดับ 44.25 บาท บวกไป 0.75 บาท หรือขึ้นไป 1.72% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.97 พันล้านบาท น่าจะเป็นสัญญาณที่บอกใหรู้ถึงความกังวลเรื่องเศรษฐกิจคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น จึงเห็นแรงซื้อไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องแบบนี้ นักเล่นย่อมคาดหวังว่า หุ้นจะขึ้นไปถึงไฮเดิมที่เคยป้วนเปี้ยนเมื่อปีกลางปีก่อนที่บริเวณ 49 บาทนะจะบอกให้

เช่นเดียวกับในรายของ AOT กลับมาทะยานอีกครั้ง จนวานนี้ยืนปิดที่ระดับ 53 บาท บวกไป 1.25 บาท หรือขึ้นไป 2.42% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.42 พันล้านบาท ก็เป็นอีกช็อตที่ย้ำให้อีฉันรู้ว่า หากภาพของการเมืองเริ่มมีทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้น มักจะส่งผลดีโดยตรงกับหุ้นตัวท็อปของตลาดหุ้นไทย และมีลุ้นว่า หุ้นจะฝ่าแนวต้านบริเวณ 55 บาทขึ้นไปได้แบบนี้..มันเป็นจังหวะที่ต้องไหลตามน้ำแล้วนะคะ

คล้ายกับสถานการณ์ของ MTC ซึ่งโดนถล่มขายหนักเป็นเวลา 2 เดือน จนราคาหุ้นร่วงจากระดับ 40 บาท ลงมาทำโลว์ที่บริเวณ 27 บาท ก่อนจะตีกลับขึ้นมาด้วยแรงซื้อฝรั่งในช่วงปลายสัปดาห์ก่อน และวานนี้ก็ขยับขึ้นมาปิดที่ระดับ 31.75 บาท บวกไป 1.25 บาท หรือขึ้นไป 4.10% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 563 ล้านบาทแบบนี้ มันเป็นภาพที่ทำให้รู้ว่า เมื่อต่างชาติมีมุมมองเชิงบวกต่อประเทศไทยเมื่อไหร่? ก็ไม่สนใจเรื่องร้ายอะไรทั้งนั้นเจ้าค่ะ

เม้าท์ถึงเรื่องการเมืองขึ้นมาทั้งที “โมนิก้า” ขอมองไปที่หุ้น BEM สักนิดหนึ่ง เพราะการทรงตัวนิ่ง ๆ ที่บริเวณ 5.10 บาทเป็นเวลา 1 เดือน มันเป็นภาพที่ชี้ให้เห็นว่า ราคาหุ้นไม่น่าจะทรุดตัวลงไปลึกกว่านี้อีกแล้ว ผนวกกับโบรกเกอร์ให้ราคาเป้าหมายที่ 8 บาท อีฉันเลยมองเป็นช็อตที่น่าสนใจสำหรับคนที่ชอบลุ้น..อีกอย่างอย่าลืมเรื่องความสัมพันธ์กับการเมือง มันเป็นอะไรที่ยากจะปฏิเสธได้นะออเจ้า

ในเมื่อมีเรื่องต้องคิด “โมนิก้า” ก็อยากให้นักเล่นประเมินหุ้น HMPRO ซึ่งขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 6.80 บาท บวกไป 0.05 บาท หรือขึ้นไป 0.74% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 342 ล้านบาท และเป็นการขึ้นปิดบริเวณแนวต้านเดิมครั้งก่อนแบบนี้ หุ้นมีโอกาสฝ่าแนวต้านดังกล่าวขึ้นไปแบบชิล ๆ ขนาดไหน? ขณะเดียวกันการขึ้นเที่ยวนี้หมายความว่า ผลงานปีนี้น่าจะฟื้นตัวขึ้นเป็นลำดับใช่ไหม?..ลองไปคิดกันดูนะจ๊ะ

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button