“ชัยยศ” มอง SET ฟื้นตาม “ไทม์ไลน์เลือกตั้ง” แนะสะสม BDMS–CPALL พื้นฐานแกร่ง

“ชัยยศ จิวางกูร” มองตลาดหุ้นไทยเริ่มฟื้นรับความชัดเจนจากไทม์ไลน์เลือกตั้ง หนุนแรงเก็งกำไรธีม Election Rally แนะจับตาหุ้นพื้นฐานแข็งกลุ่มบริโภค การเงินและโรงพยาบาล ชู BDMS–CPALL เด่นน่าสะสม ขณะเดียวกันแนะจับตาความเร็วจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งมีผลต่อตลาดหุ้นไทย


นายชัยยศ จิวางกูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ถึงมุมมองต่อทิศทางตลาดหุ้นไทยในช่วงปัจจุบันว่า สถานการณ์ทางการเมืองเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ออกมาระบุไทม์ไลน์การเลือกตั้งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายในปีนี้ ซึ่งความชัดเจนดังกล่าวได้ช่วยกระตุ้นธีมการลงทุนในลักษณะ “Election Rally” ให้กลับมามีความคึกคักอีกครั้ง

นายชัยยศ ระบุว่า เมื่อประเทศเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง กลุ่มอุตสาหกรรมที่มักจะสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าตลาดโดยรวม คือกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคภายในประเทศและภาคการเงิน ได้แก่ กลุ่มไฟแนนซ์ และกลุ่มค้าปลีก เนื่องจากนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองส่วนใหญ่มักมุ่งเน้นไปที่วาระสำคัญสองประเด็นหลัก คือ การเพิ่มรายได้ และการลดภาระหนี้สินของประชาชน ซึ่งส่งผลเชิงบวกโดยตรงต่อกำลังซื้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศ

ทั้งนี้ยังเตือนว่านักลงทุนยังจำเป็นต้องติดตามความเสี่ยงในช่วงหลังการเลือกตั้ง โดยประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่สูตรหรือรูปแบบของการจัดตั้งรัฐบาล แต่ขึ้นอยู่กับความรวดเร็วของกระบวนการดังกล่าว หากการจัดตั้งรัฐบาลเกิดความล่าช้า หรือมีการเจรจาต่อรองทางการเมืองที่ยืดเยื้อเป็นระยะเวลานาน อาจก่อให้เกิดภาวะสูญญากาศทางนโยบาย ซึ่งจะสร้างแรงกดดันให้ตลาดหุ้นซึมตัวได้ในระยะหนึ่ง แต่ในกรณีที่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างรวดเร็ว เม็ดเงินอัดฉีดและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะสามารถเข้าสู่ระบบได้ทันท่วงที และเป็นแรงส่งให้ตลาดหุ้นมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ

สำหรับภาพรวมผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน มองว่ายังมีลักษณะคละกัน โดยในปีที่ผ่านมา กลุ่มพลังงานถือเป็นปัจจัยถ่วงตลาด จากการปรับตัวลงของราคาน้ำมันและค่าการกลั่น ขณะที่กลุ่มธนาคาร กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมถึงกลุ่มโรงพยาบาล ยังคงสามารถรักษาการเติบโตของผลประกอบการได้ในระดับที่ดี

ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนมุ่งเน้นไปที่หุ้นกลุ่ม Deep Value หรือหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งแต่ราคาปรับตัวลงมาในระดับลึก โดยหุ้นเด่นที่แนะนำประกอบด้วย บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ซึ่งประเมินราคาพื้นฐานไว้ที่ 29 บาท จากแนวโน้มกำไรไตรมาส 4 ที่คาดว่าจะเติบโตได้ดีทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า ถือเป็นจังหวะที่เหมาะสมในการเข้าสะสม

ขณะที่ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ให้ราคาเป้าหมายที่ 80 บาท จากพื้นฐานธุรกิจที่ยังคงแข็งแกร่ง และในกลุ่มโรงไฟฟ้า บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ถูกมองว่ามีความโดดเด่นและมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่ากลุ่มโรงไฟฟ้าแบบดั้งเดิม เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากธุรกิจใหม่ที่เป็น New S-Curve เช่น ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์

ส่วนกลุ่มพลังงานและโรงกลั่น อาทิ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP และ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP นายชัยยศมองว่าการปรับตัวขึ้นในระยะนี้เป็นเพียงการรีบาวด์ระยะสั้น โดยทิศทางราคายังคงอยู่ในลักษณะแกว่งตัวออกข้าง (Sideway) มากกว่าการเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นอย่างชัดเจน

Back to top button