
“อนุทิน” ยังไม่รับรายงานปมงบประกันสังคม “ตรีนุช” สั่งเร่งแจง 12 ล้านบาท ปรับปรุงโรงอาหาร
นายกรัฐมนตรี ระบุยังไม่ได้รับรายงานกรณีการใช้เงินกองทุนประกันสังคม ขณะที่ รมว.แรงงาน สั่งสำนักงานประกันสังคม เร่งชี้แจงข้อเท็จจริงการใช้งบ 12 ล้านบาทปรับปรุงโรงอาหาร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (23 ม.ค.69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสการใช้เงินกองทุนประกันสังคมในช่วงที่ผ่านมา ระบุว่า ยังไม่ได้พบ นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานมาระยะหนึ่ง และยังไม่ได้รับรายงานเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงการรับทราบข้อมูลการลงทุนของคณะกรรมการประกันสังคมในช่วงก่อนหน้า อาทิ การซื้อตึก หรือการปรับปรุงสถานที่ อย่างโรงอาหาร นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ยังไม่ได้รับรายงาน พร้อมย้ำว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานยังคงทำหน้าที่กำกับดูแลการบริหารราชการของกระทรวงแรงงานตามปกติ
“ยังไม่มีการรายงานว่ามีปัญหาใดที่เกินขีดความสามารถในการแก้ไขสถานการณ์” นายกรัฐมนตรีกล่าว

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 นางสาวตรีนุช เทียนทอง ให้สัมภาษณ์กรณีมีข่าวการนำงบบริหารประกันสังคมจำนวน 12 ล้านบาท ไปใช้ปรับปรุงโรงอาหารของสำนักงานประกันสังคมพื้นที่ 3 ว่า โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 และได้ผ่านกระบวนการอนุมัติงบประมาณและการก่อสร้างตามขั้นตอนแล้ว พร้อมสั่งการให้ สำนักงานประกันสังคม สรุปข้อเท็จจริงทั้งหมดรายงานตรงถึงรัฐมนตรีภายใน 24 ชั่วโมง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ระบุว่า ประเด็นที่น่ากังวลมากกว่าคื อผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกันตนกว่า 24.5 ล้านคน เนื่องจากเงินกองทุนประกันสังคมทุกบาททุกสตางค์เป็นเงินที่หักจากค่าจ้างแรงงานทุกเดือน เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงในชีวิต ตั้งแต่การรักษาพยาบาล การว่างงาน จนถึงบำนาญชราภาพ การใช้จ่ายงบประมาณจึงต้องยึดหลักความถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้
นางสาวตรีนุช กล่าวขอบคุณภาคประชาสังคมที่นำข้อมูลออกมาเปิดเผย พร้อมย้ำว่า สำนักงานประกันสังคมต้องทำงานอย่างรอบคอบ เพื่อสร้างหลักประกันทางสังคมให้กับผู้ประกันตน ไม่ใช่สร้างความมั่งคั่งให้กับองค์กร และต้องตระหนักเสมอว่าผู้ประกันตนคือเจ้าของเงินกองทุน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ระบุด้วยว่า การบริหารจัดการเงินผู้ประกันตนอย่างไม่เหมาะสมหรือผิดพลาด ไม่เพียงเป็นความผิดร้ายแรง แต่ยังบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อระบบประกันสังคม ซึ่งอาจต้องใช้เวลายาวนานในการฟื้นฟูศรัทธาของผู้ประกันตนกลับคืนมา

