ครม.เคาะลดเงินสมทบ “ประกันสังคม” 6 เดือน ช่วย ม.33-39 พื้นที่น้ำท่วมใต้

ครม.เห็นชอบลดเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ม.33 และ ม.39 เป็นเวลา 6 เดือน ครอบคลุมพื้นที่น้ำท่วมภาคใต้ 9 จังหวัด หวังบรรเทาภาระนายจ้างและผู้ประกันตน พร้อมช่วยลดค่าใช้จ่ายรวมกว่า 1,400 ล้านบาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (30 ธ.ค.68) นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานว่า ครม. มีมติเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการลดหย่อนการออกเงินสมทบของนายจ้างและผู้ประกันตนในท้องที่ที่ประสบภัยพิบัติอย่างร้ายแรง พ.ศ. ….

ทั้งนี้ ครม. เห็นชอบให้ปรับลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม เป็นระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 ถึงพฤษภาคม 2569 สำหรับนายจ้างและผู้ประกันตนในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ 9 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ ตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี พัทลุง ยะลา สงขลา สตูล และสุราษฎร์ธานี โดยมีรายละเอียดดังนี้

– มาตรา 33 นายจ้างและผู้ประกันตน จากเดิมนำส่งเงินสมทบฝ่ายละ 5% ต่อเดือน ลดลงเหลือนำส่งฝ่ายละ 3% ของค่าจ้างผู้ประกันตนต่อเดือน ขณะที่รัฐบาลยังคงนำส่งเงินสมทบอัตราเดิม 2.75%

– มาตรา 39 ผู้ประกันตน จากเดิมนำส่งเงินสมทบ 432 บาทต่อเดือน (ฐานค่าจ้าง 4,800 บาท) ลดลงเหลือ 283 บาทต่อเดือน

นางสาวตรีนุช กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวจะช่วยให้นายจ้างและผู้ประกันตนในพื้นที่ประสบภัย 9 จังหวัด ลดภาระค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 1,401 ล้านบาท โดยผู้ประกันตนสามารถนำเงินสมทบที่ลดลงไปใช้จ่ายเพื่อฟื้นฟูความเป็นอยู่หลังได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ และช่วยบรรเทาปัญหาสภาพคล่องในช่วง 6 เดือนนี้

สำหรับนายจ้าง การลดเงินสมทบในช่วงเวลาดังกล่าวจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของสถานประกอบการ เพิ่มสภาพคล่องเพื่อฟื้นฟูกิจการจากความเสียหายที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ ภายหลัง ครม. เห็นชอบในหลักการแล้ว กระทรวงแรงงานจะดำเนินการออกประกาศกระทรวงฯ และประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

ขณะที่ นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า การลดหย่อนเงินสมทบครั้งนี้ไม่กระทบต่อเสถียรภาพของกองทุนประกันสังคม และไม่เป็นภาระงบประมาณของรัฐ

ทั้งนี้ ร่างประกาศดังกล่าวเป็นการดำเนินการภายใต้อำนาจตามกฎหมายว่าด้วยประกันสังคม ไม่ก่อให้เกิดภาระผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดถัดไป และสอดคล้องกับแนวทางการปฏิบัติภายหลังการยุบสภาผู้แทนราษฎร

Back to top button