STANLY เด้ง 3% อานิสงส์กำไร Q3/69 ดีกว่าคาด รับเงินปันผลพุ่ง-คุมต้นทุนเยี่ยม

STANLY ปรับตัวขึ้น 3% หลังประกาศงบไตรมาส 3/2569 ออกมาดีกว่าคาด จากการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับรายได้เงินปันผลและดอกเบี้ยสูง สะท้อนศักยภาพธุรกิจแกร่งและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิผล


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (27 ม.ค.69) ราคาหุ้นบริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ STANLY ณ เวลา 15:08 น. อยู่ที่ระดับ 194 บาท บวก 5.50 บาท หรือ 2.92% ราคาสูงสุด 196 บาท ราคาต่ำสุด 193.50 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 3.19 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า STANLY รายงานกำไรสุทธิ 490.5 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 20.4 จากไตรมาสก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้นร้อยละ 58.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยผลประกอบการออกมาดีกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ไว้ราวร้อยละ 30 สาเหตุหลักมาจากรายได้เงินปันผลรับและดอกเบี้ยรับที่สูงกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ หากพิจารณาเฉพาะกรณีที่เงินปันผลรับเป็นไปตามสมมติฐานเดิม กำไรสุทธิในไตรมาสดังกล่าวยังคงสูงกว่าคาดประมาณร้อยละ 13 จากอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงกว่าประมาณการ โดยทำได้ที่ร้อยละ 23.1 เทียบกับที่คาดไว้ร้อยละ 21.0 ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ไตรมาส สะท้อนผลเชิงบวกอย่างต่อเนื่องจากการควบรวมโรงงานเพื่อลดต้นทุนในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนอย่างเข้มงวด

ด้านรายได้รวมเป็นไปตามที่คาดการณ์ โดยลดลงร้อยละ 4.9 จากไตรมาสก่อนหน้า และลดลงร้อยละ 0.7 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 2,924.2 ล้านบาท นับเป็นการปรับลดลงเมื่อเทียบรายปีติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 8 สอดคล้องกับภาวะอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ยังซบเซา และผลของช่วงโลว์ซีซัน แม้ว่ายอดการผลิตรถยนต์ของอุตสาหกรรมในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2568 จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.6 เมื่อเทียบกับปีก่อนก็ตาม

ขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังสามารถควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้า และลดลงร้อยละ 23.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปีบัญชี 2569 (เมษายน-ธันวาคม 2568) บริษัทมีรายได้รวม 8,921.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรปกติเพิ่มขึ้นร้อยละ 17 มาอยู่ที่ 1,477.6 ล้านบาท จากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับดีขึ้นเป็นร้อยละ 22.1 จากร้อยละ 19.9 ในงวดเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับรายได้เงินปันผลรับที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

Back to top button