
ผลงานโบแดง WEF! ปั้นไทย “ศูนย์กลางดิจิทัล” อาเซียน ดึงบิ๊กเทคปักฐานผลิตใหม่ 5 แสนล.
นายกฯ นำ “เอกนิติ-ศุภจี” แถลงผลเข้าร่วมประชุม WEF 2026 ไทยดึงการลงทุนจากต่างประเทศ มูลค่ากว่า 5 แสนล้านบาท พร้อมชูบทบาทเป็นพันธมิตรที่ทุกฝ่ายไว้วางใจในเวทีโลก ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังแตกขั้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (27 ม.ค. 69) ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานแถลงข่าวสรุปผลการเข้าร่วมการประชุมประจำปีสภาเศรษฐกิจโลก World Economic Forum Annual Meeting 2026 (WEF 2026) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมแถลงข่าว
นายอนุทิน กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่โลกเผชิญกับความตึงเครียดและความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการฟื้นฟูความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยประเทศไทยยังคงรักษาบทบาทความเป็นกลางและใช้จุดแข็งนี้ในการสร้างโอกาสใหม่ ๆ สำหรับประเทศ โดยเฉพาะในห่วงโซ่อุปทานโลก
นายเอกนิติ กล่าวว่า ไทยได้แสดงบทบาทสำคัญในการยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศในเวทีโลก โดยการนำเสนอความเป็นกลางของไทย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศในปีที่ผ่านมา โดยคำขอส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) มูลค่าสูงถึง 1.8 ล้านล้านบาท เติบโตกว่า 60% จากปีที่ผ่านมา
การหารือกับผู้นำจากหลายประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ เช่น ธนาคารโลก, กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF), และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ได้ทำให้ไทยมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจโลกและยังเป็นโอกาสในการเชื่อมโยงกับกลุ่มนักลงทุนจากทั่วโลก
นายเอกนิติ เผยว่า นักลงทุนจากต่างชาติได้ยืนยันความพร้อมในการลงทุนในประเทศไทยในสาขาดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมมูลค่ากว่า 5 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นทั้งโครงการใหม่และโครงการเดิม รัฐบาลได้ขอความร่วมมือจากนักลงทุนในการเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาทักษะแรงงานไทย เพื่อให้คนไทยสามารถทำงานในเศรษฐกิจยุคใหม่และมีรายได้ที่สูงขึ้นผ่านโครงการ Skill Bridge
นางศุภจี กล่าวถึงการปรับบทบาทของไทยในโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากการเป็น “Multipolar World” สู่ “Extreme Polarization” ซึ่งหลายประเทศถูกบีบให้เลือกข้างว่า ประเทศไทยในฐานะประเทศขนาดกลาง ได้เลือกแนวทางการปรับบทบาทเชิงรุก มุ่งแสวงหาตลาดใหม่ รูปแบบการค้าใหม่ และความร่วมมือใหม่เพื่อลดความเปราะบางจากความไม่แน่นอนของระเบียบโลก
นางศุภจี ยังได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ในการปรับโฉมการค้าโลกและบทบาทของไทย ในฐานะประธานการเจรจาเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน โดยตั้งเป้าหมายให้การเจรจาข้อตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) เสร็จสิ้นภายในปีนี้ ซึ่งจะทำให้อาเซียนเป็นภูมิภาคแรกที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจดิจิทัลร่วมกันได้
นอกจากนี้ ได้หารือเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับแคนาดา เพื่อเร่งผลักดันให้บรรลุข้อตกลงภายในปีนี้ พร้อมยืนยันความต่อเนื่องของข้อตกลงที่ได้ลงนามไว้แล้ว และเร่งกระบวนการให้สัตยาบันเพื่อให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 รวมถึงการหารือกับองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่

