
สปส. แจงตัดสูท 7 พันคน 35 ล้าน ยันเป็นยูนิฟอร์ม ใช้งบบริหารตามระเบียบ
สำนักงานประกันสังคม ชี้แจงกระแสวิจารณ์กรณีตัดสูทให้พนักงาน 7,000 คน วงเงิน 35 ล้าน แจงใช้งบจากเงินสมทบ 3 ฝ่าย พร้อมยืนยันไม่ใช้เงินแผ่นดิน เน้นให้เป็นยูนิฟอร์มเพื่อสร้างสัญลักษณ์เจ้าหน้าที่ประกันสังคม ตอบคำถามเงินสมทบมาจากทั้งผู้ประกันตน นายจ้าง และรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (27 ม.ค.69) นางนิยดา เสนีย์มโนมัย รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวถึงกระแสที่เกิดขึ้นในสังคมออนไลน์ ปมตัดสูทให้พนักงาน 7,000 คน วงเงิน 35 ล้านบาท
นางนิยดา กล่าวว่า เรื่องสูทเป็นคล้าย ๆ ยูนิฟอร์มให้เจ้าหน้าที่ประกันสังคม เพื่อให้เป็นสื่อสัญลักษณ์ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของประกันสังคม เป็นช่องทางหนึ่งเพื่อสื่อสารกับผู้ประกันตนเวลาออกนอกสถานที่ โดยงบประมาณที่ใช้ เนื่องจากสำนักงานประกันสังคมไม่รับการจัดสรรงบประมาณแผ่นดินในการที่จะเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารงาน หรือการดำเนินการใด ๆ เราได้รับเฉพาะเงินเดือนข้าราชการเท่านั้น ดังนั้นต้องทำโครงการเสนอไป
“…เป็นสิ่งหนึ่งที่เราก็คิดว่ามันเป็นยูนิฟอร์มที่แสดงถึงในเรื่องของเป็นตัวตน เป็นอัตลักษณ์ของสำนักงานประกันสังคม และก็สามารถที่จะให้เจ้าหน้าที่ ให้ความรู้กับผู้ประกันตนที่ไหนก็ได้ เมื่อเขารู้ว่าเราเป็นเจ้าหน้าที่ของประกันสังคม” รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า เงินที่ซื้อสูทเป็นเงินของผู้ประกันตนหรือเงินจากส่วนใด นางนิยดา กล่าวตอบว่า อย่าลืมว่า พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดเก็บเงินสมทบมาจาก 3 ฝ่าย คือ ผู้ประกันตน นายจ้าง และรัฐบาล รัฐบาลก็จ่ายด้วย ในการที่เราจะจัดสรรเงินเพื่อใช้ไปในการบริหารงานให้ใช้ 10% ของเงินสมทบประจำปี ซึ่งทำจริง ๆ 2-3% โดยอยู่ประมาณกว่า 2%
“ถามว่ามีเงินสมทบของรัฐบาลอยู่ด้วยไหม “ก็มี” ของนายจ้างมีไหม “มี” ของผู้ประกันตนมีไหม “มี” เป็นเงิน 10% จากเงินสมทบ 3 ฝ่าย”
เมื่อถามว่า เฉลี่ยแล้วตกตัวละ 5,000 บาทคิดว่าแพงไปหรือไม่ นางนิยดา ชี้แจงว่า คิดว่าไม่ใช่ต่อตัวคือในโครงการ มีทั้งเสื้อ กางเกง ครบเป็นเซต ไม่ใช่ต่อตัวละ 5,000 บาท และเราดำเนินการตามระเบียบพัสดุทุกอย่าง เป็นการประกวดราคาจัดซื้อจัดจ้างดำเนินการตามระเบียบพัสดุที่ถูกต้อง
นางนิยดา ระบุว่า สูทดังกล่าวดำเนินการสำหรับเจ้าหน้าที่ประกันสังคมทุกคน พร้อมย้ำโดยเฉพาะออกปฏิบัติงานนอกสถานที่ใส่เพื่อให้เห็นว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของสำนักงานประกันสังคม

