
ทำไมกองทุนขาย
วานนี้นักลงทุนสถาบันในประเทศที่นำโดย “กองทุน” ต่าง ๆ ขายหุ้นไทยอีก 1,154 ล้านบาท สวนทางกับภาพรวมของตลาดที่บวก 4.45 จุด ปิดที่ 1,338.90 จุด
วานนี้นักลงทุนสถาบันในประเทศที่นำโดย “กองทุน” ต่าง ๆ ขายหุ้นไทยอีก 1,154 ล้านบาท สวนทางกับภาพรวมของตลาดที่บวก 4.45 จุด ปิดที่ 1,338.90 จุด
การขายของกองทุน ทำให้นับจากต้นปี พวกเขาขายสุทธิในหุ้นไทยแล้วกว่า 27,638 ล้านบาท
ขณะที่บัญชีโบรกเกอร์ซื้อสุทธิ 9,134 ล้านบาท
นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 7,800 ล้านบาท
และนักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิ 10,702 ล้านบาท
การขายของกองทุนไม่ใช่เพิ่งจะมาขายในรอบเดือนม.ค.ที่ดัชนีขึ้นมายืนเหนือระดับ 1,300 จุดได้อีกครั้ง
ทว่า เป็นการขายต่อเนื่องมาจากปี 2568 โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี 68 ที่กองทุนมีการขายต่อเนื่อง และเลยมาจนถึงเดือนม.ค. 69
เท่าที่สอบถามกับนักวิเคราะห์ มีการประเมินว่า กองทุนอาจจะ “ปรับพอร์ต” ในช่วงที่หุ้นไทยกลับสู่ช่วงขาขึ้น
หรือเขียนแบบให้เข้าใจง่าย ๆ คือ “ขายทำกำไร” นั่นแหละ
ส่วนอีกแนวคิดของนักวิเคราะห์อาจจะมีการมองว่า กองทุน อาจจะขายปรับพอร์ต นอกเหนือจากการทำกำไรแล้ว อีกปัจจัยคือ เพื่อปรับลดความเสี่ยงจาก “การเมืองไทย” ที่กำลังเข้าวสู่โหมดของการ “เลือกตั้ง” ในวันที่ 8 ก.พ.นี้
กองทุนอาจจะรอดูความชัดเจนจาก
1.เลือกตั้งจะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่
2.ผลของการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร พรรคการเมืองที่เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลคือพรรคใด
3.แนวนโยบายของพรรคที่เข้ามาเป็นรัฐบาล
และ 4.เสถียรภาพของรัฐบาลจะมีความมั่นคงมากน้อยแค่ไหน
มีการให้ความเห็นจากนักวิเคราะห์ว่า มุมมองของนักลงทุนสถาบันในประเทศ กับต่างชาติอาจจะแตกต่างกันสำหรับแนวการลงทุนในตลาดหุ้นไทย
และที่ผ่านมา เราจะเห็นการ “ซื้อ” และ “ขาย” สวนทางกันของนักลงทุนสองกลุ่มอยู่บ่อยครั้ง
นักลงทุนประเภทกองทุนมักจะซื้อข้างล่าง (ช่วงราคาหุ้นนั้น ๆ อยู่ระดับต่ำ) และมา (เท) ขายด้านบน (เมื่อราคาหุ้นนั้น ๆ ปรับขึ้น)
หลังจากนั้น จะรอช่วงตลาดหุ้นพักฐาน แล้วเข้าไปรับอีกครั้ง
ส่วนทางด้านฝั่งของ “ผู้จัดการกองทุน”
เท่าที่สอบถาม ต่างให้แนวคำตอบคล้ายกันคือ เป็นการ “ปรับพอร์ต” ตามปกติ ไม่ได้มีนัยสำคัญอะไร ไม่ได้มองหุ้นไทยเชิงลบ หรือมีการปรับลดน้ำหนักอะไร
การขายของกลุ่มกองทุนทำให้นักวิเคราะห์ต้องมาเปิดโผหุ้นที่กองทุนต่าง ๆ ถือหุ้นอยู่ และมีโอกาสถูกดักขายทำกำไรออกมา เพื่อเตือนว่า “อย่าเพิ่งเข้ารับ” จนกว่ากองทุนจะขายกันแบบสเด็ดน้ำ
มาดูมุมมองนักวิเคราะห์ทางเทคนิคกันบ้าง
เขามองกันว่า รอบขึ้นครั้งนี้ของดัชนีฯ จะมีแนวต้านสำคัญ 1,350 จุด ส่วนแนวรับไม่ควรหลุด 1,300 จุด ดังนั้น หากต่างชาติยังไม่ขายทำกำไรออกมา (คือยังซื้อต่อเนื่อง) แล้วกองทุนยังขายไปเรื่อย ๆ แบบนี้
ดัชนีฯ น่าจะเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,300–1,350 จุด
จนกว่าจะมีปัจจัยบวก/ลบ ทั้งจากต่างประเทศ และในประเทศ เข้ามาแบบมีนัยสำคัญ ที่จะทำให้ดัชนีฯ เคลื่อนไหวในด้านบวกหรือลบได้
อาจจะมีความกังวลว่า หากกองทุนขายหุ้นไทยต่อเนื่องไปแบบนี้ จะกดดันดัชนีหรือไม่
คำตอบคือ “ไม่”
เพราะหากดูจากตัวเลขหรือสัดส่วนการลงทุนของกลุ่มนักลงทุนในตลาดหุ้นไทยล่าสุดจะพบว่า นักลงทุนต่างชาติมีสัดส่วนมาถึง 55% นักลงทุนรายย่อยประมาณ 30% บัญชีโบรกเกอร์ 5-6%
ส่วนนักลงทุนสถาบันในประเทศจะอยู่ที่ 10-11%