
เทขายหุ้นแบงก์
วานนี้ดัชนีหุ้นไทยบวก 21.19 จุด ปิดที่ 1,317.56 จุด มูลค่าการซื้อขายพุ่งขึ้มากว่า 68,146 ล้านบาท หากเจาะลึกลงไปจะพบว่า หุ้นที่มีส่วนต่อการดันดัชนีมากสุดคือ DELTA
วานนี้ดัชนีหุ้นไทยบวก 21.19 จุด ปิดที่ 1,317.56 จุด มูลค่าการซื้อขายพุ่งขึ้มากว่า 68,146 ล้านบาท
หากเจาะลึกลงไปจะพบว่า หุ้นที่มีส่วนต่อการดันดัชนีมากสุดคือ เดลต้าฯ (DELTA) เจ้าประจำ ที่มีส่วนต่อการดันดัชนีมากถึง 15 จุด จากที่หุ้นบวกขึ้นมา 15 บาท (ปิด 186.50 บาท)
ความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของหุ้นไทยวานนี้คือ หุ้นกลุ่มธนาคารฯ ถูกเทขายออกมาอย่างหนัก
นำโดยธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL ลดลง 10.00 บาท ปิดที่ 160.50 บาท เปลี่ยนแปลง -5.87%
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ลดลง 3.00 บาท ปิดที่ 189.00 บาท เปลี่ยนแปลง -1.56%
บริษัทท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ลดลง 2.00 บาท ปิดที่ 137.50 บาท เปลี่ยนแปลง -1.43%
และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ลดลง 1.25 บาท ปิดที่ 27.75 บาท เปลี่ยนแปลง -4.31%
หุ้นแบงก์ที่ร่วงลงค่อนข้างหนักวานนี้ มาจากแบงก์กรุงเทพที่เป็นธนาคารขนาดใหญ่ เริ่มแจ้งผลประกอบการงวดไตรมาส 4/68 ออกมาเมื่อวันก่อนหน้านี้ แล้วต่ำกว่าตลาดประเมินไว้
เช่นเดียวกับกสิกรไทย และเอสซีบี เอกซ์ ต่างแจ้งงบงวดไตรมาส 4 แล้วต่ำกว่าตลาดคาดเช่นกัน
ส่วนกรุงไทย หรือ KTB ที่มีการแจ้งงบในช่วงค่ำวานนี้ แต่ราคาหุ้นกลับร่วงลงก่อน เพราะนักลงทุนต่างประเมินว่า อาจจะตกอยู่ในสถานะเดียวกับอีก 3 แบงก์ขนาดใหญ่
จะว่าไปแล้ว ผลประกอบการหุ้นแบงก์ที่ออกมา (ไตรมาส 4) ไม่ได้ถือว่าต่างจากคาดของนักวิเคราะห์มากนัก
เพราะมีนักวิเคราะห์จากโบรกเกอร์หลายแห่งต่างวิเคราห์ไว้ว่า กำไรของกลุ่มแบงก์ที่นำโดย 4 แบงก์ใหญ่ในงวดไตรมาส 4 อาจจะออกมาไม่ดีนัก
ที่สำคัญ มีโอกาสที่จะรายงานกำไรต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ได้
แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ
ย้อนกลับไปในปี 2568 หุ้นแบงก์ถูกจัดเป็นกลุ่มที่มีดัชนี SET Bank วิ่งส่วนกับดัชนีภาพรวม จากผลประกอบการในช่วงไตรมาส 1/3/68 ต่างออกมาดี
แต่เมื่อปีที่แล้ว ที่เป็นช่วงของดอกเบี้ยขาลง ส่งผลให้ตัวเลขส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยแคบลง
นั่นทำให้ส่งผลต่อกำไรสุทธิ ซึ่งที่มีผลอย่างมากในช่วงไตรมาส 4 นี่แหละ
การขายหุ้นกลุ่มแบงก์ล่าสุดนี้ มั่นใจว่า กลุ่มที่ขายออกมาคือ นักลงทุนสถาบันทั้งในประเทศ และต่างชาติ เพราะเมื่อวานนี้นักลงทุนทั้งสองกลุ่มต่างขายสุทธิกันออกมา
คือ นักลงทุนสถาบันขายสุทธิ 3,812 ล้านบาท
ต่างชาติขายสุทธิ 2,016 ล้านบาท
ในส่วนของต่างชาติถือเป็นการขายสุทธิในรอบ 5 วัน (ที่ซื้อติดต่อกัน) กว่า 1.3 หมื่นล้านบาท
สิ่งที่ต้องติดตามต่อในวันนี้สำหรับกลุ่มธนาคารคือ ทั้งกองทุนและต่างชาติ ต่างปรับพอร์ตกลุ่มธนาคารขายแบบสะเด็ดน้ำกันหรือยังล่ะ
เพราะหากยัง…. วันนี้ราคาหุ้นแบงก์อาจจะยังปรับลงต่อได้อีก ซึ่งต้องดูแนวรับกันดี ๆ
หากราคายังลงมามาถึงแนวรับอย่าเพิ่งเข้ารับ
แต่หากหลุดแนวรับ ต้องทยอยรับหรือเข้าทีละไม้ เพราะอย่างน้อย คือ มั่นใจว่า หุ้นแบงก์ต่างยังคงสัดส่วนจ่ายเงินปันผลในระดับสูงต่อไป ทำให้ยีลด์ปันผลอยู่ในระดับน่าสนใจ
หุ้นแบงก์น่าจะเริ่มประกาศจ่ายเงินปันผลในช่วงปลายเดือนก.พ.นี้ (หลังงบสอบทาน)
หรืออาจจะในเดือนมี.ค. 68 ซึ่งหากเงินปันผลออกมา เมื่อนำมาคำนวณกับราคาปัจจุบัน แล้วได้ยีลด์น่าสนใจ เชื่อว่า ราคาหุ้นจะดีดกลับขึ้นได้