“พิชญ์” ถือหุ้นแล้วเกิน 70%! จับตา JAS อาจมีปันผลพิเศษหลังหมดช่วง “เทนเดอร์ฯ”

"พิชญ์" ถือหุ้นแล้วเกิน 70%! จับตา JAS อาจมีปันผลพิเศษหลังหมดช่วง "เทนเดอร์ฯ"


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีมีรายงานตัวเลขผู้ขายหุ้นที่ นายพิชญ์ โพธารามิก ทำคำเสนอซื้อหุ้นบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ภายในวงเงินไม่เกิน 42,500,000,000 บาท โดยกำหนดราคาซื้อที่ 7.25 บาท/หุ้น ซึ่งได้ทำการยื่นคำซื้อตั้งแต่วันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมานั้น

ล่าสุด JAS มีการชี้แจงข้อมูลผ่านตลาดหลักทรัพย์ โดยระบุว่า มีผู้แสดงเจตนาขายแล้วเพียง 306,331,104 หุ้น หรือคิดเป็น 5.16% เท่านั้น

ทั้งนี้ หากนำจำนวนหุ้นที่มีผู้ขายให้มารวมกับหุ้นที่ถืออยู่เดิมจำนวน 3,970,346,270 หุ้น ส่งผลให้จำนวนหุ้นที่นายพิชญ์ถือครองทั้งหมด ณ ตอนนี้เท่ากับ 4,276,677,374 หุ้น หรือ 72.03% ซึ่งหมายถึงยังมีผู้ถือหุ้นรายอื่นที่ถือครองหุ้นส้วนที่เหลืออีกรวมกัน 1,660,279,741 หุ้น หรือคิดเป็น 27.97%

ซึ่งหากคำนวณผลตอบแทนจากส่วนต่างราคาหุ้นนับตั้งแต่วันประกาศทำ “เทนเดอร์ ออฟเฟอร์” ซึ่งหุ้น JAS ปรับตัวขึ้นมาปิดตลาดที่ระดับ 7.25 บาท จนถึงล่าสุด พบว่า ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 8.10 บาท (ราคาปิดตลาด ณ วันที่ 28 ต.ค.59) ส่งผลให้นักลงทุนที่ยังถือครองหุ้น JAS อยู่นั้นได้กำไรจากส่วนต่างดังกล่าวถึง 0.85 บาท หรือคิดเป็นประมาณ 12% ภายในระยะเวลาเพียง 20 วันทำการ

 

นอกจากนี้แหล่งข่าวจากวงการเงินประเมินว่า ราคาหุ้น JAS ที่ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และมีมูลค่าการซื้อขายเข้ามาหนาแน่นผิดปกติในช่วงวันที่ 28 ต.ค. 59 เป็นการเข้ามาเก็งกำไรคาดการณ์หลังจากบริษัทประกาศงบไตรมาส 3/59 หรือหลังผ่านกระบวนการเทนเดอร์ไปแล้วอาจมีการจ่ายปันผลพิเศษจากกำไรสะสมออกมาเพิ่มเติม โดยตั้งข้อสังเกตกรณีที่บริษัทได้แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ ตลท. ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 26 ต.ค. 59 ที่ผ่านมา (หลังปิดการซื้อขายภาคบ่ายไปแล้ว) พบว่าบริษัทได้เผยแพร่เอกสารการแก้ไขเพิ่มเติมคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของหุ้น JAS ผ่านทางเว็บไซต์ของตลท.

โดยในเอกสารมีการแก้ไขเนื้อหาสำคัญในหัวข้อนโยบายการจ่ายเงินปันผล ดังนั้น จึงยังต้องติดตามดูต่อไปว่า หลังจากที่ประกาศงบไตรมาส 3/59 ไปแล้ว หรือหลังจากที่ทำเทนเดอร์ จะมีการจ่ายปันผลจากกำไรสะสมออกมาอีกหรือไม่ เพราะช่วงที่ผ่านมา JAS ถือเป็นหนึ่งในบริษัทที่ดำเนินการจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง และในปี 2559 จ่ายปันผลจากกำไรสะสมไปแล้ว 1 ครั้ง จำนวน 0.15 บาท เมื่อช่วงเดือนก.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ในเอกสารการแก้ไขเพิ่มเติมคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของหุ้น JAS ในหัวข้อนโยบายการจ่ายเงินปันผลระบุข้อความใหม่ว่า ในช่วงระยะเวลา 12 เดือนนับจากสิ้นสุดระยะเวลาทำคำเสนอซื้อ ผู้ทำคำเสนอซื้อไม่มีแผนจะเปลี่ยนแปลงนโยบายการจ่ายเงินปันผล โดยจะยังคงนโยบายให้กิจการจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้ตามงบการเงินเฉพาะกิจการในแต่ละปี

นอกจากนี้ผู้ทำคำเสนอซื้ออาจดำเนินการให้กิจการจ่ายเงินปันผลจากกำไรสะสมของกิจการ โดยพิจารณาจากสภาพคล่องทางการเงินของกิจการและแผนการลงทุนของกิจการ และ/หรือบริษัทย่อยที่สำคัญของกิจการ เพื่อขยายขีดความสามารถในการแข่งขันและสภาพเศรษฐกิจโดยรวม และคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย

อีกทั้งการจ่ายเงินปันผลของกิจการไม่ว่าจะเป็นการจ่ายเงินปันผลจากกำไรสุทธิจากการดำเนินงานของกิจการ หรือการจ่ายเงินปันผลจากกำไรสะสมของกิจการนั้น ผู้ทำคำเสนอซื้ออาจเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการ และ/หรือที่ประชุมผู้ถือหุ้นของกิจการพิจารณาจ่ายเงินปันผลจากกำไรสุทธิจากการดำเนินงานของกิจการ หรือเงินปันผลจากกำไรสะสม (แล้วแต่กรณี)

ขณะที่ข้อความเดิมในหัวข้อปันผล ระบุว่า ผู้ทำคำเสนอซื้อมีนโยบายให้กิจการจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้ตามงบการเงินเฉพาะกิจการในแต่ละปี อย่างไรก็ดี หากสภาวะทางธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลง หรือมีโอกาสทางธุรกิจและส่งผลให้กิจการมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินลงทุนเพื่อขยายฐานทางธุรกิจเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

โดยผู้ทำคำเสนอซื้ออาจปรับเปลี่ยนนโยบายการจ่ายเงินปันผลของกิจการในอนาคต เพื่อให้มีความเหมาะสมกับปัจจัยนั้นๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป หรือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและศักยภาพในการแข่งขันในอนาคต และในกรณีที่กิจการมีสภาพคล่องทางการเงินส่วนเกินและไม่มีความต้องการลงทุนใดๆ ผู้ทำคำเสนอซื้ออาจเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการ และหรือที่ประชุมผู้ถือหุ้นของกิจการพิจารณาจ่ายเงินปันผล หรือเงินปันผลระหว่างกาลจากกำไรสะสม (แล้วแต่กรณี)

ขณะที่รายงานของที่ปรึกษาการเงินอิสระ กรณีนายพิชญ์ทำเทนเดอร์หุ้น JAS ได้ระบุข้อมูลว่า ฐานะทางการเงินงวดสิ้นเดือนมิ.ย. 2559 ของ JAS โดยกำไรสะสมของที่จัดสรรแล้วเพื่อสำรองตามกฎหมาย-บริษัทอยู่ที่ 356 ล้านบาท สำรองตามกฎหมาย-บริษัทย่อยจำนวน 541 ล้านบาท และสำรองหุ้นทุนซื้อคืนอีก 6,003 ล้านบาท ส่วนที่ยังไม่ได้จัดสรรมีจำนวน 2,928 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ จากเงื่อนไขเรื่องการปันผลจากกำไรสะสมดังกล่าว และความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น JAS ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่ามาจากแรงซื้อของนักลงทุนรายใหญ่เพื่อเก็งกำไรจากประเด็นใดประเด็นหนึ่ง ส่งผลให้เกิดการคาดการณ์ว่า นายพิชญ์ โพธารามิก อาจเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการ/ประชุมผู้ถือหุ้น ทำการพิจารณาจ่ายเงินปันผลพิเศษให้แก่ผู้ถือหุ้น โดยล่าสุดมีกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรคงค้าง 2,928 ล้านบาท

สำหรับราคาหุ้น JAS ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาประคองตัวขึ้นอยู่ระดับ 7.20-7.25 บาท จากนั้นราคาหุ้นเริ่มมีแรงซื้อเข้ามาหนาแน่นในช่วงวันที่ 27 ต.ค. โดยราคาหุ้นพุ่งขึ้นมาปิดที่ระดับ 7.95 บาท และปรับตัวแรงต่อเนื่องในวันที่ 28 ต.ค. โดยราคาหุ้นมาปิดที่ระดับ 8.10 บาท

Back to top button