SAT คาดยอดขายปีนี้โตแกร่ง ตามอุตฯยานยนต์ฟื้นตัว

SAT คาดยอดขายปีนี้โตแกร่ง ตามอุตฯยานยนต์ฟื้นตัว – อยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตรขยายไลน์ผลิตชิ้นส่วนรถกระบะ-รถยนต์รุ่นใหม่ คาดเห็นความชัดเจนภายในปีนี้ พร้อมทุ่มงบราว 300 ลบ. ปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักร


นายยงเกียรติ กิตะพาณิชย์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SAT เปิดเผยว่า บริษัทคาดยอดขายปีนี้น่าจะเติบโตได้ราว 2-4% จากราว 8.3 พันล้านบาทในปีก่อน เป็นไปตามอุตสาหกรรมยานยนต์ที่คาดจะเติบโตราว 2% หรือมียอดการผลิตรถยนต์ในประเทศเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ราว 2 ล้านคัน จากปีก่อนอยู่ที่ 1.94 ล้านคัน

ขณะที่อุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร คาดว่าปีนี้จะมียอดการผลิตรถแทรกเตอร์เติบโตราว 13%  จากยอดการผลิตรถแทรกเตอร์ปีก่อนอยู่ที่ประมาณ 59,424 คัน

ทั้งนี้ มองอุตสาหกรรมยานยนต์ปรับตัวดีขึ้น เป็นผลมาจากนโยบายรถยนต์คันแรกครบกำหนดเงื่อนไขห้ามเปลี่ยนมือ 5 ปี ส่งผลทำให้ค่ายรถยนต์ต่างๆ เริ่มเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ออกมาสู่ตลาด

โดยปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรเพื่อผลิตโมเดลรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ให้กับค่ายรถยนต์อีกด้วย จากที่ผ่านมาก็มีการผลิตให้กับค่ายรถยนต์ NISSAN เป็นต้น ขณะเดียวกันยังได้เจรจากับพันธมิตร ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์รายใหญ่ (Tier one) เพื่อขยายไลน์การผลิตไปยังการผลิตชิ้นส่วนรถกระบะ คาดว่าจะเห็นความชัดเจนได้ภายในปีนี้

โดยในปีนี้บริษัทตั้งงบลงทุนไว้ราว 200-300 ล้านบาท เพื่อใช้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักร โดยยังคงอัตราการใช้กำลังการผลิตไว้ในระดับ 56% ใกล้เคียงปีก่อน

นายยงเกียรติ กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 1/60 ในแง่ของรายได้จะปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นไปตามอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ยังชะลอตัว จากยอดการผลิตรถยนต์ในช่วง 1-2 เดือนแรกที่น่าจะยังต่ำกว่าปีก่อน แต่คาดว่าน่าจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังเป็นต้นไป อย่างไรก็ตามในส่วนของอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรที่ปรับตัวดีขึ้น ก็จะส่งผลดีต่อบริษัทเช่นกัน

“เรามองอุตสาหกรรมยานยนต์น่าจะเติบโตได้ราว 2% และเครื่องจักรกลการเกษตรก็น่าจะเติบโตได้ 13% ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการเติบโตจากการส่งออกทั้งหมด โดยปีนี้เราคาดยอดขายก็น่าจะเติบโตได้ 2-4% ตามอุตสาหกรรมที่เติบโต และจะยังรักษาระดับการทำกำไร หรืออัตรากำไรขั้นต้น และอัตรากำไรสุทธิไว้ใกล้เคียงปีก่อน ที่อยู่ระดับ 14.90% และ 7.17% ตามลำดับ จากการควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะต้นทุนด้านการผลิต” นายยงเกียรติ กล่าว

Back to top button