กลุ่มรับเหมาฯ บวกยกแผง กูรูชี้ธุรกิจสดใสต่อเนื่อง จ่อคิวกินงานประมูลเพียบ!


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD ณ เวลา 11.43 น.อยู่ที่ 8.00 บาท บวก 0.10 หรือ 1.27% มูลค่าการซื้อขาย 210.81 ล้านบาท

ราคาหุ้น บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ UNIQ ณ เวลา 11.43 น.อยู่ที่ 14.60 บาท บวก 0.20 หรือ 1.39% มูลค่าการซื้อขาย 12.29 ล้านบาท

ราคาหุ้น บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STEC ณ เวลา 11.43 น.อยู่ที่ 21.70 บาท บวก 0.10 หรือ 1.39% มูลค่าการซื้อขาย 21.83 ล้านบาท

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ (9 เม.ย.) ว่า แม้การประมูลงานภาครัฐจะชะลอไปในครึ่งแรกของปีนี้ แต่การเซ็นสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียว (หมอชิต/คูคต) ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่ามีแนวโน้มสูงที่จะได้เห็นการประมูลโครงการโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลเกิดขึ้นอีกในครึ่งหลังของปีนี้ นอกจากนี้ แผนที่ชัดเจนในการสร้างรถไฟความเร็วสูง น่าจะช่วยให้ภาพระยะยาวของกลุ่มรับเหมาให้ยังมีความแข็งแกร่ง ด้วยแนวโน้มที่สดใสต่อเนื่อง

ขณะที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (MRTA) เซ็นสัญญาสี่สัญญามูลค่ารวม 2.7786 หมื่นล้านบาท โดย ITD ในสัญญาแรกมีมูลค่า 1.52 หมื่นล้านบาท และ UNIQ ในสัญญาที่สองซึ่งมีมูลค่า 6.6 พันล้านบาท และ STEC ในสัญญาที่สามและสี่มูลค่า 4.0 พันล้านบาท และ 2.8 พันล้านบาทตามลำดับ ซึ่งงานก่อสร้างทั้งหมดน่าจะเริ่มภายในเดือนมิถุนายน 2558 และคาดว่าจะเสร็จภายในปี 2563

อีกทั้งคาดว่าจะมีงานก่อสร้างเพิ่มขึ้นในครึ่งหลังของปีนี้ โดยประเมินจะมีการประมูลโครงการรถไฟทางคู่สามเส้นทางโดยมีความกว้างของรางขนาดมาตรฐานที่ 1 เมตร ในเส้นทาง ฉะเชิงเทรา/คลอง 19/แก่งคอย จิระ/ขอนแก่น และ ประจวบคีรีขันธ์/ชุมพร ซึ่งเส้นทางเหล่านี้ผ่านกระบวนการ EIA และการออกพรก. เวนคืนที่ดินไปแล้ว ในขณะเดียวกัน การประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มก็มีกำหนดในไตรมาสที่ 2/58 ซึ่งเลื่อนมาจากไตรมาสที่ 1/58 ในขณะที่เราคาดว่าการประมูลโครงการ MRTA สายสีชมพูจะเกิดขึ้นเร็วสุดในไตรมาสที่ 4/58

พร้อมทั้ง แผนการพัฒนาโครงการระบบขนส่งสินค้าเพื่อเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน สามารถแบ่งออกได้เป็นสองส่วน i) โครงการรถไฟความเร็วสูงสายสั้น (160-180 กม./ชั่วโมง) สองสายทาง a) หนองคาย/โคราช/แก่งคอย/กรุงเทพฯ ด้วยความสนับสนุนจากรัฐบาลจีน และ b) พม่าถึงตาก /มุกดาหาร ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น ii) รถไฟความเร็วสูง (เกิน 180 กม./ชม.) ซึ่งมีแนวโน้มได้รับการสนับสนุนจากเครือ CP และ Thai Beverage ซึ่งผ่านสองเส้นทางคือ ก) กรุงเทพ/พัทยา และ ข) กรุงเทพ/หัวหิน

แม้จะคิดว่ายังเร็วเกินไปที่จะรวมโครงการเหล่านี้เข้าไว้ในประมาณการเนื่องจากต้องใช้เวลาอย่างน้อยอีกสามปีเพื่อของอนุมัติ EIA และออกแบบรายละเอียดของโครงการ แต่ความสนับสนุนจากภาครัฐก็น่าจะช่วยให้ได้เห็นรถไฟความเร็วสูงสายแรก (กรุงเทพ/แก่งคอย/มาบตาพุด) เริ่มก่อสร้างในเดือนตุลาคมปีนี้ ในขณะที่ส่วนที่เหลือคือ แก่งคอย/โคราช/หนองคาย น่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในไตรมาสที่ 1/59 และเสร็จในไตรมาสที่ 1/62

Back to top button