
“ก.ล.ต.” เชือดผู้สอบบัญชี STARK ปมเอื้อทุจริต-ตกแต่งงบ
“ก.ล.ต.” กล่าวโทษและเพิกถอนการเป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุนกรณีปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามมาตรฐานการสอบบัญชี เอื้อให้เกิดการทุจริตและตกแต่งงบการเงินใน STARK และบริษัทย่อย
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษ นายนันทวัฒน์ สำรวญหันต์ ผู้สอบบัญชีในตลาดทุน สังกัดบริษัท ดีลอยท์ ทู้ช โธมัทสุ ไชยยศ สอบบัญชี จำกัด (Deloitte) ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) หลังตรวจพบการปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามมาตรฐานการสอบบัญชีในฐานะผู้สอบบัญชีของ STARK และบริษัทย่อย เป็นปัจจัยเอื้อให้เกิดการทุจริตใน STARK และบริษัทย่อย และการตกแต่งงบการเงินของ STARK พร้อมทั้งพิจารณาเพิกถอนความเห็นชอบจากการเป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุนของนายนันทวัฒน์เป็นเวลา 6 ปี เนื่องจากไม่ได้ปฏิบัติงานตามมาตรฐานการสอบบัญชีโดยรวมในระดับร้ายแรง
ตามที่ ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (STARK) อดีตกรรมการและอดีตผู้บริหารของ STARK รวม 10 ราย ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2566 กรณีร่วมกันกระทำหรือยินยอมให้มีการลงข้อความเท็จในบัญชีเอกสารของ STARK และบริษัทย่อย ในช่วงปี 2564 ถึงปี 2565 เพื่อลวงบุคคลใด ๆ และเปิดเผยงบการเงินในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้และร่างหนังสือชี้ชวนที่เชื่อได้ว่ามีการตกแต่งงบการเงิน รวมทั้งปกปิดความจริงในข้อมูล factsheet เสนอขายหุ้นกู้ STARK ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำโดยทุจริตหลอกลวง และทำให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากประชาชนผู้ถูกหลอกลวง เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 312 และมาตรา 281/2 วรรคสอง ประกอบมาตรา 89/7 และมาตรา 89/7 ประกอบมาตรา 89/24 มาตรา 278 มาตรา 281/10 ประกอบมาตรา 300 มาตรา 306 และมาตรา 315 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ) (แล้วแต่กรณี)*
ก.ล.ต. ได้ตรวจทานการปฏิบัติงานของนายนันทวัฒน์ สำหรับการปฏิบัติงานตรวจสอบงบการเงินประจำปี 2562 ถึง
ปี 2564 ของ STARK และบริษัทย่อยที่มีสาระสำคัญต่องบการเงินรวม 2 แห่ง ได้แก่ บริษัท เฟ้ลปส์ ดอด์จ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด (PDITL) และบริษัท อดิสรสงขลา จำกัด (ADS) และพบว่า มีการปฏิบัติงานสอบบัญชีเพื่อแสดงความเห็นต่องบการเงินรวมของ STARK และบริษัทย่อย และงบการเงินเฉพาะกิจการของ STARK ประจำปี 2562 ถึงปี 2564 ไม่เป็นไปตามมาตรฐานการสอบบัญชีโดยรวมในระดับร้ายแรง ได้แก่ การประเมินและวางแผนการตรวจสอบ การตรวจสอบใบสำคัญทั่วไป การวิเคราะห์เปรียบเทียบ การปรับเปลี่ยนการประเมินความเสี่ยงจากการแสดงข้อมูลที่ขัดต่อข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ และการแสดงความเห็นในรายงานของผู้สอบบัญชี เนื่องจากไม่ได้ตรวจสอบให้ได้เอกสารหลักฐานที่เชื่อถือได้อย่างเพียงพอและเหมาะสมเกี่ยวกับบัญชีลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่น บัญชีสินค้าคงเหลือ บัญชีรายได้และต้นทุนจากการให้บริการ
ในทางอาญา การไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานการสอบบัญชีข้างต้น เป็นปัจจัยเอื้อให้เกิดการทุจริตใน STARK และบริษัทย่อย และการตกแต่งงบการเงินของ STARK ซึ่ง ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษต่อ DSI กรณีมีการกระทำอันเป็นการทุจริตและร่วมกันกระทำหรือยินยอมให้มีการลงข้อความเท็จในบัญชีเอกสารของ STARK และบริษัทย่อยไปแล้วนั้น ก.ล.ต. พิจารณาว่า การกระทำของนายนันทวัฒน์เป็นการกระทำผิดตามมาตรา 287 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ก.ล.ต. จึงได้กล่าวโทษนายนันทวัฒน์ต่อ DSI สำหรับการปฏิบัติงานตรวจสอบงบการเงินประจำปี 2564 เพื่อให้ DSI พิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป และการกล่าวโทษดังกล่าวส่งผลให้นายนันทวัฒน์ มีลักษณะต้องห้ามของการเป็น
ผู้สอบบัญชีในตลาดทุน
ในทางปกครอง เนื่องจากนายนันทวัฒน์ไม่ได้ปฏิบัติงานตามมาตรฐานการสอบบัญชีโดยรวมในระดับร้ายแรงสำหรับการตรวจงบการเงินประจำปี 2562 ถึงปี 2564 ของ STARK และบริษัทย่อย ก.ล.ต. จึงพิจารณาเพิกถอน
การให้ความเห็นชอบนายนันทวัฒน์ จากการเป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุนเป็นระยะเวลา 6 ปี อย่างไรก็ดี เนื่องจากความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุนของนายนันทวัฒน์สิ้นสุดลงจากการมีลักษณะต้องห้ามเนื่องจากการถูก ก.ล.ต. กล่าวโทษ ก.ล.ต. จึงกำหนดระยะเวลาในการรับพิจารณาคำขอความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุนของนายนันทวัฒน์ในคราวต่อไปเป็นระยะเวลา 6 ปี นับแต่วันที่ 1 เมษายน 2569**
อนึ่ง การกล่าวโทษของ ก.ล.ต. เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการบังคับใช้กฎหมายทางอาญาเท่านั้น ภายใต้กระบวนการนี้ การพิจารณาวินิจฉัยว่าบุคคลใดเป็นผู้กระทำผิดกฎหมายเป็นขั้นตอนในอำนาจการสอบสวนของพนักงานสอบสวน การสั่งฟ้องคดีของพนักงานอัยการ ตลอดจนดุลพินิจของศาลยุติธรรม ตามลำดับ ทั้งนี้ ก.ล.ต. จะติดตามความคืบหน้าในการดำเนินคดีต่อไป และจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ในกระบวนการภายหลัง ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษแล้ว

