EA เผยผลิตไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มสูงกว่าเป้า หนุนรายได้ปีนี้โตไม่น้อยกว่า 30%


นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เปิดเผยว่า สำหรับธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าของบริษัทมีแนวโน้มเติบโตสูง โดยในปีนี้บริษัทดำเนินแผนผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้ง 3 แห่ง รวม 188 เมกะวัตต์  สามารถดำเนินการผลิตไฟฟ้าได้ดีกว่าแผนการที่คาดไว้ และมียอดผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับปี 57 ซึ่งจะสนับสนุนเป้าหมายรายได้รวมทั้งปีจะเติบโตไม่น้อยกว่า 30% จากปี 57  มีรายได้รวมทั้งสิ้นกว่า 7,600 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามแผนที่วางไว้ได้

โดยคาดว่าสาเหตุที่ยอดผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในปีนี้ เป็นผลจากโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มที่จังหวัดลำปางใช้เทคโนโลยีระบบปรับหมุนตาม แสงอาทิตย์ จึงสามารถผลิตไฟฟ้าได้สูงกว่าโครงการที่จังหวัดนครสวรรค์ซึ่งใช้ระบบคงที่…นอกจากนี้จากสภาพภูมิอากาศที่ฝนตกน้อยลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ส่งผลทำให้ปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้เพิ่มขึ้น

ส่วนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้ง 3 แห่งดังกล่าว ได้แก่ โรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มขนาดกำลังการผลิต 8 เมกะวัตต์ จังหวัดลพบุรี, โรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มขนาดกำลังการผลิต 90 เมกะวัตต์ จังหวัดนครสวรรค์ และโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มขนาดกำลังการผลิต 90 เมกะวัตต์ จังหวัดลำปาง ซึ่งเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2558

ขณะที่การผลิตไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม จังหวัดลำปาง ตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ ถึง 15 มิถุนายนนี้ปรากฎว่ามียอดผลิตไฟฟ้าเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 22% จากเป้าหมายที่ 557,589 กิโลวัตต์   เทียบกับยอดผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์ฟาร์ม จ.นครสวรรค์ เฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 17% จากเป้าหมายที่ 472,626 กิโลวัตต์ แสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยีระบบปรับหมุนตามแสงอาทิตย์ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าระบบคงที่

ทั้งนี้ ในปี 57 ยอดผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม จังหวัดลพบุรี และจังหวัดนครสวรรค์ อยู่ที่ 14.45 ล้านยูนิต และ197.72 ล้านยูนิต ตามลำดับ หรือมียอดผลิตไฟฟ้ารวมของโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มทั้งสองโรงที่ 212.17 ล้านยูนิต และตั้งเป้าหมายยอดผลิตไฟฟ้าทั้งปี 58 ของโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม จังหวัดลพบุรี  จังหวัดนครสวรรค์  และจังหวัดลำปางอยู่ที่ 13.86 ล้านยูนิต (รายได้จากการขายไฟ รวม adder ประมาณหน่วยละ 11.70 บาท ) , 194.75 ล้านยูนิต (รายได้จากการขายไฟ รวม adder ประมาณหน่วยละ 10.20 บาท ) และ 187.68 ล้านยูนิต ซึ่งเริ่มผลิตเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2558 (รายได้จากการขายไฟ รวม adder ประมาณหน่วยละ 10.20 บาท ) 

โดยเป้าหมายดังกล่าวคำนวณค่าเสื่อมสภาพของแผงโซล่าฟาร์มในแต่ละปีไว้เป็นที่ เรียบร้อยแล้ว  จึงคาดว่าจากเป้าหมายยอดผลิตไฟฟ้าของทั้ง 3 โรงที่วางไว้ในปีนี้ที่ 396.29 ล้านยูนิต จะสร้างรายได้ให้บริษัทกว่า 4,062  ล้านบาท  สนับสนุนเป้าหมายรายได้รวมทั้งปีจะเติบโตไม่น้อยกว่า 30% จากปีก่อนหน้า

สำหรับธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันไบโอดีเซลและกลีเซอรีน ยังคงมีแนวโน้มเติบโตที่ดี โดยบริษัทจะพยายามปรับปรุงระบบการผลิตให้มีต้นทุนที่ต่ำลง เพื่อผลักดันรายได้ให้ปรับตัวเพิ่มขึ้น และมองว่าในช่วงต่อจากนี้สัดส่วนรายได้จากธุรกิจพลังงานทดแทนจะค่อยๆ ปรับเพิ่มขึ้น จนมากกว่าธุรกิจไบโอดีเซลในที่สุด จากการรับรู้รายได้ของโครงการต่างๆ ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและจะทยอยแล้วเสร็จในอนาคต

ทั้งนี้ คาดว่าในปีนี้สัดส่วนรายได้ของธุรกิจไบโอดีเซลจะอยู่ที่ 40% จาก 71% ในปีก่อน และรายได้จากธุรกิจพลังงานทดแทนจะอยู่ที่ 60% จาก 29%  ในปีก่อน ขณะที่สัดส่วนกำไรสุทธิในปีนี้ จะมาจากธุรกิจไบโอดีเซล 5% จาก 10% ในปีก่อน และกำไรจากธุรกิจพลังงานทดแทนอยู่ที่ 95%  จาก 90% ในปีก่อน

นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้า ขนาด 90 เมกะวัตต์ ที่ จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งขณะนี้เดินได้ตามแผนงานที่วางไว้ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ สนับสนุนให้ในปี 59 บริษัทจะมีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 4 แห่ง มีขนาดกำลังการผลิตรวม 278 เมกะวัตต์

อีกทั้งยังลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมขนาดรวม 126 เมกะวัตต์ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช 2 โครงการ และ จังหวัดสงขลา อีก 1 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวมทั้งสิ้นในปีนี้ประมาณ 18,000 ล้านบาท

 

Back to top button