“ตู่” แจงตั้ง “ดอน” ควบรองนายกฯ หวังใช้การทูต ดึงต่างชาติลงทุน ขับเคลื่อนศก.

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี แจงตั้ง “ดอน ปรมัตถ์วินัย” รมว.ต่างประเทศ ควบรองนายกฯ หวังใช้การทูต ดึงต่างชาติลงทุน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ หลังวิกฤต "โควิด"


พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงเหตุผลการแต่งตั้งนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ควบตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี เพราะต้องการให้กระทรวงการต่างประเทศเดินหน้างานด้านทูตเศรษฐกิจและการเสริมสร้างสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกัน

โดยเห็นว่าเอกอัครราชทูต กรมการกงสุล และผู้แทนทางการค้า ต้องเร่งรัดทำงานด้านนี้ให้มากขึ้น โดยเฉพาะการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด-19 รวมทั้งควรจะมีบทบาทส่งเสริมงานด้านการส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของรัฐบาล ด้วยการนำไปหารือในเวทีโลก ซึ่งถือเป็นการขับเคลื่อนงานอย่างยั่งยืน เนื่องจากรัฐบาลกำลังทยอยนำโครงการต่างๆ ออกมานำเสนออย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการที่จะมีการขยายสถานประกอบการใหม่ๆ เพื่อรองรับการจ้างงานในอนาคต ที่เป็นการแก้ปัญหาทั้งระบบ

ส่วนการแต่งตั้งนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ มารับหน้าที่ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน (รมช.แรงงาน) เพราะถือเป็นอีกหนึ่งกระทรวงที่จะช่วยขับเคลื่อนงานด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการจ้างงาน ซึ่งจำเป็นต้องมีการยกระดับฝีมือแรงงานในประเทศให้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการดำเนินโครงการภายใต้ พ.ร.ก.เงินกู้ ที่ต้องการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก

อย่างไรก็ตาม ยินดีจะรับฟังข้อคิดเห็นจากภาคเอกชนที่สะท้อนมายังรัฐบาลเพื่อให้สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ต่อเนื่องทันทีภายหลังแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่ระบุว่า จะมีการประชุมทีมเศรษฐกิจชุดใหม่เมื่อใด เพราะต้องรอขั้นตอนเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณก่อน แต่ในระหว่างนี้ก็จะดูแลการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และได้หารือกับทีมที่ปรึกษาโดยตลอดอยู่แล้ว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า รู้สึกยินดีที่เห็นสถานการณ์การท่องเที่ยวในประเทศทั้งเมืองหลักและเมืองรองเริ่มฟื้นตัวขึ้น โดยมียอดจองโรงแรมและที่พักมากกว่า 200,000 ห้อง ดังนั้น ต้องมาหารือพัฒนาการท่องเที่ยวในประเทศให้มากขึ้น แม้ที่ผ่านมาจะพึ่งพาการท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ซึ่งจะต้องมีการหารือการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ที่จะต้องเข้มงวดตามมาตรฐานสาธารณสุขอย่างครบวงจร โดยเฉพาะในส่วนของท้องถิ่นต้องให้ความร่วมมือให้เกิดความปลอดภัย และจะต้องไม่มีความขัดแย้ง ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดการหมุนเวียนเงินในระบบ แล้วส่งผลไปยังเศรษฐกิจโดยรวม แต่ต้องคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยเป็นสำคัญด้วย

Back to top button