
“ดาวโจนส์” ปิดบวก 354 จุด รับหวังสหรัฐฯ-อิหร่านจ่อปิดดีลสันติภาพ
“ดาวโจนส์” ปิดพุ่ง 353.51 จุด รับความหวังสหรัฐฯ-อิหร่านใกล้บรรลุข้อตกลงสันติภาพ และราคาน้ำมันอ่อนตัวช่วยคลายกังวลเงินเฟ้อ ขณะที่หุ้น SpaceX ปิดเทรดวันแรกพุ่ง 19.2% แตะ 160.95 ดอลลาร์ สูงกว่าราคา IPO ที่ 135 ดอลลาร์/หุ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ (12 มิ.ย.) ท่ามกลางความหวังของนักลงทุนเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ขณะที่หุ้น SpaceX พุ่งแรงในการเข้าซื้อขายวันแรก โดยเป็นการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของตลาดวอลล์สตรีท
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 51,202.26 จุด เพิ่มขึ้น 353.51 จุด หรือ +0.70%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,431.46 จุด เพิ่มขึ้น 37.16 จุด หรือ +0.50% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,888.84 จุด เพิ่มขึ้น 79.18 จุด หรือ +0.31%
สหรัฐฯ และอิหร่านส่งสัญญาณว่าการบรรลุข้อตกลงยุติสงครามใกล้เข้ามาแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐฯ เปิดเผยว่า มีร่างข้อเสนอที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันอยู่แล้ว ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวหลายครั้งนับตั้งแต่กลางเดือนมี.ค. ว่า ข้อตกลงเพื่อยุติสงครามกับอิหร่านใกล้จะบรรลุผล
ด้านนักลงทุนจับตาการซื้อขายหุ้น SpaceX ของ อีลอน มัสก์ ซึ่งเริ่มเข้าซื้อขายในตลาด Nasdaq ในวันศุกร์ โดยหุ้นปิดพุ่งขึ้น 19.2% แตะ 160.95 ดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าราคา IPO ที่ 135 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น ส่งผลให้มูลค่าตลาดของบริษัทอยู่ที่ประมาณ 2.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ตาม หุ้นบริษัทอวกาศรายอื่นที่ปรับตัวขึ้นแรงก่อนการเข้าตลาดของ SpaceX กลับอ่อนตัวลงในวันเดียวกัน โดยหุ้น Rocket Lab ร่วง 10.8% ขณะที่หุ้น Intuitive Machines ลดลง 13.1% และหุ้น Planet Labs ปรับตัวลง 8.8%
นักวิเคราะห์จาก Longbow Asset Management กล่าวว่า ความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุน
เขาระบุว่า ยังคงมีความหวังต่อข้อตกลงสันติภาพ โดยทรัมป์ได้ยกเลิกแผนโจมตี และหลายฝ่ายยืนยันว่าข้อตกลงกำลังจะเกิดขึ้นจริง
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์ดังกล่าวกดดันราคาน้ำมัน และช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่อาจสูงขึ้น
ขณะเดียวกัน นักลงทุนกำลังรอการประชุมกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะเป็นการประชุมครั้งแรกภายใต้การนำของ เควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ โดยตลาดจะจับตาสัญญาณเกี่ยวกับแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังผู้ซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์สอัตราดอกเบี้ยเฟดให้น้ำหนัก 55% ว่า เฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเดือนธ.ค. 2569
ในรอบสัปดาห์นี้ ดัชนีหลักทั้งสามตัวปรับตัวขึ้นราว 7%
อย่างไรก็ตาม กองทุนหุ้นสหรัฐฯ มียอดเงินไหลออกสุทธิรายสัปดาห์เป็นครั้งแรกในรอบ 3 สัปดาห์ และก่อนหน้านี้ในสัปดาห์เดียวกัน ดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีได้เข้าสู่ภาวะปรับฐานอย่างเป็นทางการ โดยนักวิเคราะห์มองว่า ความอ่อนแอบางส่วนอาจเกิดจากนักลงทุนลดสัดส่วนการถือครองหุ้นก่อนการเข้าตลาดของ SpaceX
ปัจจุบัน SpaceX ติดอันดับหนึ่งในบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าสูงที่สุดของสหรัฐฯ
นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาการเข้าตลาดของหุ้น OpenAI และ Anthropic ซึ่งคาดว่าจะเสนอขายหุ้น IPO ในช่วงปลายปีนี้
หุ้น Tesla ซึ่งเป็นอีกบริษัทหนึ่งของ อีลอน มัสก์ ปิดบวก 1.8%
ส่วนหุ้น Adobe ร่วงลง 6.8% หลังการลาออกของ แดน เดิร์น ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ของบริษัท

