“ศบศ.” ไฟเขียวแผนกระตุ้น นทท.ต่างชาติ จัดแพคเกจครบวงจร จองตั๋วบิน-วีซ่า-ที่พักกัก “โควิด”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (18 พ.ย.63) ที่ประชุมคณะกรร …


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (18 พ.ย.63) ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) หรือ ศบศ. ได้เห็นชอบตามการเสนอของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในมาตรการส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยวในส่วนของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ประกอบด้วย 2 มาตรการ

1.มาตรการส่งเสริมการจัดแพ็คเกจท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ (Amazing Thailand Plus Special Package) โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และสมาคมโรงแรมไทย มีข้อเสนอร่วมกันในการเป็นหน่วยธุรกิจในการดึงนักท่องเที่ยวกลับเข้ามาในประเทศไทย ในรูปแบบของ Amazing Thailand plus Package ซึ่งจะเป็นการปรับปรุงให้อยู่ในลักษณะบริการครบวงจร (One Stop Service) อาทิ การจองตั๋วเครื่องบิน การขอวีซ่าและกระบวนการเดินทางเข้าประเทศ การจองโรงแรม/ที่พัก/ สถานที่กักตัวทางเลือก (ASQ) และบริการท่องเที่ยว เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถสืบค้นข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างครอบคลุมและครบวงจร

2.การปรับสิทธิประโยชน์รองรับกลุ่มนักลงทุนชาวต่างชาติที่มีคุณภาพและมีกำลังซื้อสูงภายใต้โปรแกรมพิเศษ Elite Flexible Plus Program โดยผู้เข้าร่วมโปรแกรมจะต้องเป็นสมาชิกบัตร Thailand Elite ประเภทบัตรที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป และอายุบัตรตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป โดยสมาชิกเดิมต้องมี อายุสมาชิกเหลือไม่ต่ำกว่า 5 ปี ต้องยื่นความประสงค์ขอเข้าร่วมโปรแกรมและแสดงหลักฐานการลงทุน โดยการลงทุนตามเงื่อนไขที่กำหนดมูลค่ารวมไม่น้อยกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายใน 1 ปี นับตั้งแต่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกภายใต้โปรแกรมพิเศษฯ ให้สามารถได้รับอนุญาตให้ทำงานในราชอาณาจักรได้

          “เมื่อมีการลงทุนครบ และมีหลักฐาน สามารถยื่นขอ work permit ในไทยได้…กรณีนี้ เราขอหลักการว่าประเภทวีซ่า PE ที่เป็นวีซ่านักท่องเที่ยว ถ้ามีการลงทุน 1 ล้านเหรียญ ภายใน 1 ปี และคงหลักฐานการลงทุนในไทย 5 ปี สามารถยื่นขอ work permit ได้จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นี่คือหลักการที่ ศบศ.อนุมัติเบื้องต้น ซึ่งจะทำให้นักลงทุนที่มีคุณภาพ” ผู้ว่าการ ททท.ระบุ

ส่วนมาตรการ “คนละครึ่ง” นั้น ที่ประชุม ศบศ. เห็นว่าสามารถกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนได้ในวงกว้าง ซึ่งนายกฯ ได้มอบหมายให้กระทรวงคลังไปพิจารณาว่าจะทำเฟส 2 ในลักษณะใด เช่น จะสามารถขยายเวลา หรือปรับปรุงมาตรการให้ครอบคลุมมากขึ้นอย่างไร และนำกลับมาเสนอ ที่ประชุม ศบศ.ในวันที่ 2 ธ.ค.63

Back to top button