ZIGA กำไรไตรมาส 1 โตกระฉูด 198% รับแผนขยายลูกค้าผ่านธุรกิจแฟรนไชส์ – ออนไลน์

ตลท.ปรับเกณฑ์รับหุ้น IPO ด้วยมาร์เก็ตแคป รองรับบริษัทประกอบธุรกิจในอุตสาหกรรมที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐตามแผนยุทธศาสตร์ของประเทศ เข้าเทรด SET เริ่มใช้ 19 พ.ค.นี้


นายศุภกิจ งามจิตรเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ZIGA ผู้ผลิตและจำหน่ายท่อเหล็กโครงสร้างประเภท Pre-Zinc แบรนด์ZIGA และท่อร้อยสายไฟแบรนด์ DAIWA ซึ่งเป็นนวัตกรรมสินค้าทดแทนในกลุ่มท่อเหล็กชุบสังกะสี หรือ ท่อเหล็กดำทาสี เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานในงวดไตรมาส1/2564 บริษัทฯมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 30.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 198.4 % จากงวดเดียวกันปีก่อนมีกำไรสุทธิเท่ากับ 10.2 ล้านบาท และล่าสุดมี EBITDA อยู่ที่ระดับ 48.5 ล้านบาท

ขณะที่บริษัทฯมีรายได้รวมไตรมาส1/2564 อยู่ที่ 269.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.1% จากงวดเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้เท่ากับ 226.5 ล้านบาท โดยบริษัทฯมีรายได้จากการขายเท่ากับ 266.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.7% จากงวดเดียวกันปีก่อนมีรายได้จากการขายอยู่ที่ 224.5 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 23.4% เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 15.5%

โดยปัจจัยที่สนับสนุนให้ผลการดำเนินงานปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจาก ปัจจุบันบริษัทเป็นผู้นำในตลาดท่อ Pre-Zinc และยังคงพัฒนาสินค้าเพื่อเพิ่มมูลค่า และต่อยอดธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง โดยเฉพาะการปรับกลยุทธการขายให้เข้ากับยุค”CONVENIENT ECONOMY” โดยมีการขยายฐานลูกค้าไปยังผู้ใช้งานทั้งในส่วนของช่องทางออนไลน์ผนวกกับออฟไลน์ เพื่อสร้างความสะดวกให้กับลูกค้ารายย่อยมากขึ้น

อีกทั้งยังมีการเพิ่มกลุ่มสินค้า ได้แก่ ลวดเชื่อมกัลวาไนซ์ สีทาเหล็กกัลวาไนซ์ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อจุดประสงค์ในการสร้างความเติบโตให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ และยั่งยืนในระยะยาว ด้วยความยึดมั่นในการบริหารจัดการตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

“ในไตรมาส1/2564 บริษัทฯปรับกลยุทธ์ในการขยายสาขา outlets โดยการขยายสาขาจากธุรกิจแฟรนไชส์ ซึ่งเป็นโอกาสธุรกิจใหม่ที่สามารถดึงดูดเครื่องข่ายธุรกิจท้องถิ่นมาเป็นกำลังสำคัญในการขยายสาขาโดยจะสร้างพันธมิตรธุรกิจที่เติบโตร่วมกัน พร้อมดำเนินงานการขยายแฟรนชน์ ZIGA OUTLET และขยายสาขาตามเป้าหมายในไตรมาส2/2564 พร้อมทั้งยังดำเนินการ แผนการตลาดที่มุ่งเน้นในการเชื่อมโยงผู้คนมากขึ้น”Connect People” ทั้งในกลุ่มออนไลน์และออฟไลน์” นายศุภกิจ กล่าว

ขณะเดียวกัน บริษัทฯได้มีการวางแผนสัดส่วนสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าในตลาดซ่อมแซมและตกแต่งบ้าน อีกทั้งยังเพิ่มสัดส่วนสินค้าในกลุ่มโรงเรือนเกษตรพืชเศรษฐกิจ กัญชา กัญชง ซึ่งจากการทำการตลาด(niche market) มากขึ้น บริษัทฯสามารถสร้างอัตรากำไรที่น่าพอใจในกลุ่มลูกค้าเฉพาะเจาะจงดังกล่าว นอกจากนี้บริษัทฯยังได้รับโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสำคัญของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้และอัตรากำไรของบริษัทฯเติบโต

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้ บริษัทฯยังคงมุ่งเน้น 3 กลยุทธ์หลัก เพื่อสร้างการเติบโตของรายได้ต่อเนื่อง ประกอบด้วย 1) การมุ่งเน้นเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น (Margin) จากการขยายช่องทาง Online และพัฒนาช่องทางดังกล่าวให้มีศักยภาพมากขึ้น 2)ขยายแฟรนไชส์ แบบ Outlet ให้มีจำนวนสาขาไม่ต่ำกว่า 60 แห่งในปีนี้ จากปัจจุบันมีอยู่เพียง 4 แห่ง และ3)การขยายสินค้าใหม่ในร้านค้าเดิม (Old Market) ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่สามารถทำมาร์จิ้นได้สูง

ส่วนกลุ่มสินค้าใหม่ ถือเป็นสินค้าที่บริษัทเน้นขายให้กับโครงการขนาดใหญ่ ได้แก่ กลุ่มคอนโดมิเนียม ห้างสรรพสินค้า ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้รับงานจากโครงการดังกล่าวแล้ว และเป็นการดำเนินงานในรูปแบบ B2C จากเดิมเป็น B2B โดยส่วนใหญ่จะเป็นงานสินค้าประเภท ท่อเหล็ก ปลั๊กไฟ โรงเรือนสำหรับปลูกกัญชา 6 ต้น ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการทำการตลาดให้เป็นที่รู้จักแบรนด์สินค้าของ ZIGA เพิ่มมากขึ้น

Back to top button