MAJOR พุ่งกระฉูด 10% นิวไฮรอบ 1 ปี คาดเก็งกำไรหุ้นเปิดเมือง โบรกฯเคาะเป้า 24 บาท  


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(7 มิ.ย.64)ราคาหุ้นบริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAJOR โดยล่าสุด ณ เวลา 11.54 น. อยู่ที่ 23.20 บาท บวก 2.10 บาท หรือ 9.95% สูงสดที่ 23.40 บาท ต่ำสุดที่ 21.50 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 225.74 ล้านบาท ราคาหุ้นนิวไฮในรอบ 1 ปี 3 เดือน โดยเทียบตั้งแต่หุ้นยืนที่ระดับ 23.20 บาท เมื่อวันที่ 19ก.พ.63

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) หรือ ASPS มองความกังวลเฟดมีโอกาสปรับลดวงเงินเข้าซื้อพันธบัตรคงกดดันตลาดหุ้นไปเรื่อย ๆ จนถึงการประชุมครั้งถัดไปช่วงกลางเดือนมิ.ย. 2564 โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) ต่าง ๆ ที่ขึ้นมาแรงในช่วงก่อนหน้าแต่สภาพคล่องส่วนเกินยังมีล้นระบบทั้งจากเงินฝากคงค้างในระบบที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 15.8 ล้านล้านบาท

รวมถึงการเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นใหม่ของนักลงทุนที่สูงถึง 2 แสนบัญชีต่อเดือนน่าจะเห็นการเคลื่อนย้ายเม็ดเงินจากหุ้นสินค้าโภคภัณฑ์ที่ Outperform แรงในช่วงก่อนมาในหุ้นที่แลกการ์ด และมีโอกาสฟื้นตัวได้ดี จากการกระจายวัคซีนตามโรดแมฟที่ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งเริ่มเห็นการเคลื่อนย้ายเม็ดเงินมาสู่กลุ่มหุ้นดังกล่าวบ้างแล้วในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาดังภาพทางด้านล่าง

ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนแนะนำจัดพอร์ตการลงทุนให้มีน้ำหนักส่วนใหญ่เป็นหุ้นเปิดเมือง ส่งออก ประกันที่เริ่มมีโมเมนตัมของเงินทุนไหลเข้า ขณะที่ราคาปรับฐานลงมาลึก แต่แนวโน้มกำไรมีโอกาสฟื้นตัวชัดขึ้น จากการเร่งตัวในการกระจายวัคซีน ชอบ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STEC, บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC, บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAJOR, บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS, บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT, บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SAT และบริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ BLA

โดยหุ้นเด่นที่ ASPS เลือก คือ MTC ราคาเป้าหมาย 80.00 บาท ราคาหุ้นปรับตัวลง 10% (mtd) ขณะที่ดัชนี (SET Index) ปรับตัวลง 1.8% (mtd) เท่านั้น หากพิจารณาทางด้านพื้นฐาน ถือว่ายังน่าสนใจจากทิศทางสินเชื่อจะเติบโตต่อเนื่องตั้งแต่งวดไตรมาส 2/2564 เป็นต้นไป (เติบโตเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา) จากการเข้าสู่ฤดูกาลเพาะปลูก โดยเป็นช่วงที่มีความต้องการใช้สินเชื่อมากขึ้น ซึ่งมีน้ำหนักมากกว่าการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ในอุตสาหกรรมฯ คาดกำไรสุทธิปี 2564 จะเพิ่มขึ้น 15.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 6 พันล้านบาท

MAJOR ราคาเป้าหมาย 24.00 บาท แนวโน้มไตรมาส 2/2564 แม้จะได้รับผลกระทบจากการระบาดระลอก 3 อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าผลกระทบไม่ได้รุนแรงอย่างปีก่อน เนื่องจากมีการวางแผนและบริหารต้นทุนได้เป็นอย่างดีในช่วงที่มีการปิดโรง อีกทั้งจะมีหนังทำเงินอย่าง Fast&Furious 9 รอฉายในเดือน มิ.ย. 2564 ซึ่งสามารถฉายได้ หากอิงกำหนดการเดิมที่ปิดโรงภาพยนตร์ถึงวันที่ 31 พ.ค. 2564 ขณะที่อัพไซด์สูงเกิน 20%

และ BDMS ราคาเป้าหมาย 24.00 บาท ทั้งนี้ เชื่อว่าผลประกอบการนับจากไตรมาส 2/2564 ต่อเนื่องปี 2565 จะฟื้นตัวต่อเนื่อง เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในกทม. อีกทั้งครึ่งหลังของปี 2564 จากความคืบหน้าวัคซีน อาจหนุนผู้ป่วยไทยฟื้นตัวดีกว่าคาด ขณะที่ผู้ป่วย Fly-in คาดหวังทยอยฟื้นตัวบางส่วน โดยแนวทางการฉีดวัคซีนช่วงแรกใน 4 จังหวัดเริ่มต้น อาทิ ภูเก็ต กรุงเทพ กระบี่ และพังงา ซึ่ง BDMS มีสัดส่วนถึง 41% ของจำนวนโรงทั้งหมด 2564 โต 43% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ราคาหุ้นปัจจุบันยังมีอัพไซด์สูงเกิน 10%

Back to top button