
CREDIT รายได้สินเชื่อเพิ่ม-ตั้งสำรองลด ดันกำไร Q1 โต 29% แตะ 1.16 พันล้านบาท
CREDIT รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 1,164.67 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.97% จากช่วงปีก่อน รับแรงหนุน รายได้ดอกเบี้ยขยายตัวจากตัวสินเชื่อ และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ขณะที่ตั้งสำรองลดลง
ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT รายงานผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 1 ปี 2569 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 มีกำไรสุทธิ ดังนี้

บริษัทฯ รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 มีกำไรสุทธิจำนวน 1,164.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 28.97 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 903.04 ล้านบาท
โดยการเพิ่มขึ้นดังกล่าวมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากรายได้ดอกเบี้ยของธนาคารในไตรมาส 1 ปี 2569 จำนวน 4,538.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.8 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 4,500.7 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้และลูกหนี้เช่าซื้อที่เพิ่มขึ้นจำนวน 66.7 ล้านบาท อันเป็นผลจากการขยายตัวของปริมาณเงินให้สินเชื่อในกลุ่มผลิตภัณฑ์สินเชื่อหลักของธนาคาร โดยเฉพาะสินเชื่อธุรกิจไมโครเอสเอ็มอี สินเชื่อบ้าน และสินเชื่อส่วนบุคคล อย่างไรก็ตาม รายได้ดอกเบี้ยดังกล่าวมีอัตราการเติบโตที่ชะลอลงเมื่อเทียบกับการขยายตัวของสินเชื่อโดยรวม เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อย่างต่อเนื่องในปี 2569
ขณะเดียวกัน รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจำนวน 156.4 ล้านบาท หรือร้อยละ 2,563.9 โดยมีปัจจัยหลักจากการรับรู้รายได้ค้างรับจากเงินชดเชย FIDF ภายใต้มาตรการ “คุณสู้ เราช่วย” ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิปรับเพิ่มขึ้นจำนวน 44.2 ล้านบาท หรือร้อยละ 1.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องกับการขยายตัวของเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้
ในส่วนของค่าใช้จ่ายผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss: ECL) ธนาคารตั้งสำรองสำหรับไตรมาส 1 ปี 2569 จำนวน 664.2 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 29.7 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีจำนวน 944.3 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการบริหารการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง ส่งผลให้คุณภาพสินเชื่อโดยรวมปรับตัวดีขึ้น อีกทั้งธนาคารยังดำเนินมาตรการเชิงรุกในการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นก่อนเข้าสู่สถานะ Stage 2 และ Stage 3 อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตราการไหลตกชั้นของลูกหนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

