MTC ลบ 3% สวนโบรกฯเชียร์ “ซื้อ” เป้า 78 บ. คาดกำไร Q2 นิวไฮ

สบช่องซื้อ MTC หลังราคาร่วง 3% โบรกฯแนะ “ซื้อลงทุน” ราคาเป้า 78 บ. มองไตรมาส 2 กำไรนิวไฮ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (21 มิ.ย.64) ราคาหุ้นบริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC ปิดตลาด อยู่ที่ระดับ 58.25 บาท ลดลง 2.00 บาท หรือลงไป 3.32% โดยทำจุดสูงสุดที่ 58.75 บาท และทำจุดต่ำสุดที่ 57.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.01 พันล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จํากัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ (14 พ.ค. 2564) โดยมองว่า ผู้บริหารยังคงค่อนข้างพอใจในผลประกอบการไตรมาส 1/2564 แม้สินเชื่อไตรมาส 1/2564 จะโตเพียง 17% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ห่างจากเป้าทั้งปีที่ 20-25% นั้นถือเป็นปกติเพราะไตรมาส 1 จะเป็น Low Season ขณะที่การลดดอกเบี้ยจำนำทะเบียนจาก 19% เหลือ 18% โดยเมื่อเดือนธ.ค.2563 ส่งผลกดดันผลตอบแทน (Yield) ในไตรมาส 1/2564

โดยขณะที่การเร่งรุกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มี Yield สูงอย่างสินเชื่อเช่าซื้อมอเตอร์ไซค์ใหม่ยังไม่สามารถชดเชยได้ทันเพราะเพิ่งเริ่มเดือนม.ค.2564 แต่จากการปรับอัตราค่าทวงถามหนี้ขึ้น 5-10% ทำให้รายได้ค่าธรรมเนียมโตสูงขึ้น ซึ่งช่วยทำให้กำไรทั้งปียังโตได้ 11% จากงวดเดียวกันของปีก่อนและทรงตัวเทียบไตรมาสที่แล้ว สำหรับรายได้จากธุรกิจประกันที่คู่แข่งให้ ความสำคัญกลยุทธ์บริษัทยังเน้นรายได้ดอกเบี้ยเป็นหลักเชื่อยังเติบโตได้ดีต่อเนื่องและยังเชื่อมั่นในกลยุทธ์บริษัท การมีสาขาเป็นจำนวนมากจะใช้ได้ดีกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของบริษัทมากกว่าการใช้ digital platform ซึ่งมองว่าความใกล้ชิดลูกค้าจะทำให้รู้จักลูกค้าดีและดีต่อการติดตามทวงถามหนี้ด้วย

อย่างไรก็ดีปกติไตรมาส 2 ถือเป็น High Season มากกว่าไตรมาส 1 เนื่องจากเป็นฤดูฝนเริ่มเพาะปลูก ทั้งนี้ผู้บริหารให้ outlook ไตรมาส 2/2564 เดือนเม.ย.- ราวกลางเดือนพ.ค.สินเชื่อเติบโตสูงมากประกอบกับเปิดเทอมเดือนมิ.ย. ทำให้ความต้องการสินเชื่อมากขึ้นนอกจากนี้การรุกผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ใหม่ทำได้ดีขึ้นเป็นลำดับ ตั้งเป้าสาขาละ 2 คัน/เดือนจากสาขาทั้งสิ้นราว 5,000 สาขา หรือเดือนละ 10,000 คัน เชื่อว่าทำได้ ซึ่งเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อมอเตอร์ไซค์ ใหม่หากทำได้ตามเป้าจะทำให้สินเชื่อโตเพิ่มจากปกติราว 6-7% จากที่ตั้งเป้าทั้งปี(เป้าทั้งปีโต 20-25%)

ทั้งนี้สินเชื่อที่ยังเข้ามามากคาดว่าไตรมาส 2/2564 สินเชื่อจะโตถึง 25% ทางด้านคุณภาพสินทรัพย์เชื่อว่าโควิดไม่กระทบกับลูกค้าของ MTC เนื่องจาก 90% เป็นเกษตรกรซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐตลอดส่งผลให้หนี้ NPL ยังคุมได้ดี อยู่แค่เพียง 0.8% ณ สิ้นไตรมาส 1/2564

สำหรับการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่รุนแรงขึ้นโดยเฉพาะจาก GSB ส่งผลให้ MTC ลดดอกเบี้ยสินเชื่อจำนำทะเบียนรอบแรก 1% ในเดือน ธ.ค.2563 ซึ่งส่งผลกระทบต่อ Yield ไตรมาส1/2564 นอกจากนี้ยังมีการปรับลดดอกเบี้ยลงอีกครั้งจาก 18% ถึง 15% โดยสินเชื่อจำนำทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์ในเดือนเม.ย.นี้ ซึ่งคาดว่าจะกระทบ Yield ในไตรมาส 2/2564 นี้อีกครั้ง

นอกจากนี้ผู้บริหารยืนยันการลดอกเบี้ยต้องอยู่บนพื้นฐานที่สมเหตุสมผลคงไม่ลดดอกเบี้ยไปมากกว่านี้และมีโอกาสที่จะปรับขึ้นในอนาคตได้ อย่างไรก็ตามการปรับลดดอกเบี้ยดังกล่าวทำให้มีลูกค้าเข้ามาขอสินเชื่อเพิ่มสูงขึ้นมาก นอกจากนี้ยังมีการเร่งรุกสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ใหม่ ในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมาได้รับการตอบรับดีมากซึ่งสินเชื่อเช่าซื้อมอเตอร์ไซค์มี Yield ที่สูงถึงราว 24% จะช่วยดัน Yield ขึ้นขณะที่ Demand สินเชื่อที่เข้ามามากเชื่อว่าพอจะชดเชยกันได้ ประกอบกับต้นทุนทางการเงิน (Cost of fund) ยังบริหารจัดการให้ลดลงได้อีกจากการ refinance หุ้นกู้ดอกเบี้ยแพงในอดีตที่กำลังจะครบกำหนด ซึ่งยังลด cost of fund ได้ราว 50-100 bps. และยังมีลุ้นกำไรไตรมาส 2/2564 จะยังคงทำนิวไฮต่อเนื่องอีก 1 ไตรมาสได้

ด้านฝ่ายวิจัยฯยังชอบ MTC ถือว่ามีศักยภาพในการทำกำไรที่ดีที่สุดในกลุ่มจำนำทะเบียน โดยมี ROE สูงราว 26-28% คาดกำไรไตรมาส 2/2564 ยังลุ้นทำนิวไฮต่อเนื่องอีกจากดีมานด์สินเชื่อที่ยังโตดี ทั้งนี้ราคาที่ปรับลงมามากจนมี upside ถึง 34% (เทียบกับราคาปิดวันนี้ที่ระดับ 58.25 บาท) เป็นโอกาสเข้า “ซื้อลงทุน” โดยมีราคาเป้าหมาย 78 บาท

Back to top button