KUMWEL ดีดแรง 14% ยันเป้ารายได้แตะ 500 ลบ. ลุ้นครึ่งปีหลัง “กำลังผลิตเพิ่ม-ออร์เดอร์แน่น”

KUMWEL ดีดแรง 14% หลังร่วงยาว 3 วันติด ผบห.คงเป้ารายได้ปี 64 โตแตะ 500 ลบ. พร้อมมองสถานการณ์ครึ่งปีหลังคลี่คลาย หนุนกำลังผลิตเพิ่ม-ออร์เดอร์แน่น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บริษัท คัมเวล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KUMWEL ณ เวลา 12.08 น. อยู่ที่ระดับ 4.34 บาท บวก 0.52 บาท หรือ 13.16% สูงสุดที่ระดับ 4.36 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 3.84 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 108.37 ล้านบาท

นายบุญศักดิ์ เกียรติจรูญเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KUMWEL เปิดเผยว่า บริษัทยังคงเป้ารายได้ในปีนี้ไว้ที่ 550 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้ 434 ล้านบาท แม้ปัจจุบันจะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้งานเลื่อนออกไปจากกำหนดที่จะรับรู้รายได้ในไตรมาส 2/64 ไปไตรมาส 3/64 แต่ก็ยังไม่มีการยกเลิกงานแต่อย่างใด จึงขอประเมินยอดขายอีกครั้งในไตรมาส 3/64 แต่เบื้องต้นยังมั่นใจว่ารายได้ปีนี้น่าจะเติบโตตามแผนงานที่กำหนดไว้

นอกจากนี้ บริษัทได้เพิ่มกำลังการผลิต โดยในส่วนของผลิตภัณฑ์เดิม  (Product Base) ขณะนี้อาคารโรงงานผลิต Ground Rod แห่งใหม่ก่อสร้างแล้วเสร็จอยู่ระหว่างติดตั้งเครื่องจักรคาดว่าจะเริ่มผลิตได้ปลายไตรมาส 3/64 และมีการปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดต้นทุนการผลิต LPS และ Metal Powder บางส่วนได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว และยังจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องคาดจะแล้วเสร็จครบทั้งหมดในไตรมาส 4/64

“มองภาพรวมในครึ่งปีหลัง โครงการต่างๆ ที่บริษัทได้ดำเนินการเชื่อว่าน่าจะเป้าที่ตั้ง 550 ล้านบาทเรายังคงไว้ เพราะดูเหมือนสถานการณ์คลี่คลาย โครงการก็เดินต่อ นวัตกรรมมีการตอบรับ และออกใบสั่งซื้อ หรือสินค้าได้ออกมาตรฐาน มอก. ที่จะได้รับ ต้นไตรมาส 3 ก็มีใบรับรอง จะทำให้ธุรกิจเดินหน้าไว้ เป้ายังคงเดิม” นายบุญศักดิ์ กล่าว

นายบุญศักดิ์ กล่าวว่า บริษัทยังให้ความสำคัญกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์เดิมและใหม่ เพื่อควบคุมคุณภาพและควบคุมการลดต้นทุนการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ และเพิ่มกำลังการผลิตรองรับการขยายตัวธุรกิจในอนาคต ซึ่งจะเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของบริษัทในต่างประเทศได้

“จะเห็นว่า 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทไม่ได้เติบโตขึ้นจากข้อจำกัด product base โรงงานมีความสามารถการผลิตจำกัด ทำให้ความสามารถการผลิตลดลง ตอนนี้ได้ขยายโรงงานแล้ว เชื่อว่าเราจะมีความสามารถการผลิตมากขึ้น และลดต้นทุนได้ด้วย” นายบุญศักดิ์ กล่าว

ส่วนของ Product Base กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งออกมาตรฐานผลิตภัณฑ์ (มอก.) โดยเฉพาะอุปกรณ์ต่อลงดินและฟ้าผ่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา จะเริ่มออกใบรับรองโรงงานที่ผลิตสินค้า โดยบริษัทได้เตรียมความพร้อมและยื่นเรื่องสินค้าของบริษัทไปแล้ว คาดต้นไตรมาส 3/64 ได้รับใบรับรองที่อาจเป็นรายแรกที่ได้ใบรับรอง ซึ่งจะกระตุ้นตลาดผู้บริโภคหรือตลาดทั่วไป จากเดิมอยู่ในตลาดเฉพาะอุตสาหกรรมใหญ่หรือ Infrastructure หลังจากนี้ตลาดจะขยายฐานมากขึ้นจนไปถึงตลาดที่อยู่อาศัยด้วย

สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ (Innovation Base)  ซึ่งบริษัททุ่มเทในการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ Smart ต่างๆ เช่น Smart Lighting Management System (SLMS) ได้เริ่มติดตั้งลูกค้าไปแล้ว อาทิ กลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่ได้รับผลกระทบจากฟ้าผ่า จึงได้สนใจอุปกรณ์และให้บริษัทเข้าไปนำเสนอ คาดไตรมาส 3/64 จะได้รับข่าวดี รวมทั้ง Lightning Warning System โดย 2 เดือนที่ผ่านมาโรงงานอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบจากพายุฟ้าฝน ซึ่งได้ให้บริษัทนำเสนอข้อมูลผลิตภัณฑ์ คาดว่าในไตรมาส 3/64 จะได้รับการตอบรับมากขึ้น และจะมีรายได้ส่วนนี้มากขึ้น  นอกจากนี้ ยังได้ผลิตอุปกรณ์อื่น เช่น DTS ที่อุตสาหกรรมใช้ตรวจวัดอุณหภูมิความร้อน ก็คาดว่าน่าจะผลตอบรับในไตรมาสหน้าด้วย

ส่วนความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพ-นครราชสีมา บริษัทได้รับคัดเลือกติดตั้งระบบ Integrated Earthing System 3 สัญญา ส่วนอีก 2 สัญญาอยู่ระหว่างติดตามเสนอราคากับผู้รับเหมา และอีกสัญญาอยู่ระหว่างรออนุมัติเรื่องสิ่งแวดล้อม คาดว่าไตรมาส 3/64 จะมีการเซ็นสัญญาและเริ่มติดตั้งได้แม้ว่าล่าช้าจากแผนบ้าง โดยคาดว่าจะรับรู้รายได้ในปีนี้ราว 40 ล้านบาท และในปี 65 ประมาณ 60 ล้านบาท

Back to top button