APURE แรลลี่ยาว! บวกอีก 7% นิวไฮรอบ 25 ปี จับตากำไร Q2 โตทะลัก 116%

APURE แรลลี่ยาว! บวกอีก 7% นิวไฮรอบ 25 ปี จับตากำไร Q2 โตทะลัก 116% แนะนำ “ซื้อ” เป้า 8.50 บาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (27 ก.ค. 2564) ราคาหุ้นบริษัท อกริเพียว โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ APURE ณ เวลา 10.14 น. อยู่ที่ระดับ 7.95 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 6.71% โดยทำจุดสูงสุดที่ 7.95 บาท และทำจุดต่ำสุดที่ 7.40 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 130.92 ล้านบาท ราคาหุ้นนิวไฮรอบ 25 ปี โดยนับตั้งแต่หุ้นยืนที่ระดับ 8.16 บาท เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.2539

บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ (23 ก.ค.64) ว่า APURE คาดกำไรสุทธิปี 2564 อยู่ที่ 509 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และในปี2565 อยู่ที่ 425 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ตามลำดับ

ขณะเดียวกันมีการประเมินอัตรากำไรขั้นต้นในปี 2564 ที่ 28.2% และในปี 2565 ที่ 28.5% ตามลำดับ และคาดการณ์ว่ารายได้รวมในปี 2564 อยู่ที่ 2,727 ล้านบาท และในปี 2565 อยู่ที่ 3,166 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยหนุนการเติบโตของผลประกอบการในอนาคต อย่างจากการเติบโตในตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะอเมริกาและยุโรปซึ่งมองว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตได้อีกมากปัจจุบันสัดส่วนรายได้จากอเมริกาและยุโรปคิดเป็น 20% และ 10% ของยอดขายทั้งหมดตามลำดับนอกจากนี้บริษัทยังได้เปรียบคู่แข่งทางด้านภาษีในยุโรปอีกด้วย

ตามด้วยการเติบโตจากการพลักดันสินค้าที่เป็นแบรนด์ของบริษัทเองโดยปัจจุบันมีสัดส่วนเพียง 5% ของยอดขายทั้งหมด และการเพิ่มกำลังการผลิตโดยปัจจุบันมีบางสายการผลิตที่ผลิตเต็มอัตราแล้วส่งผลให้บริษัทมีแผนขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 20% จากเดิมใช้เงินลงทุน 50 ล้านบาทคาดการณ์ว่ากำลังการผลิตใหม่จะดำเนินการผลิตได้ในปี 2565 (ยังไม่รวมอยู่ในประมาณการของฝ่ายวิจัย)รวมถึงการจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพส่งผลให้อัตรากำไรดีขึ้น

นอกจากนี้ทางฝ่ายวิจัยยังคาดกำไรสุทธิในไตรมาส 2/2564 อยู่ที่ 109 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 116% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และ 75% จากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นโดยคาดการณ์ว่าอัตรากำไรขั้นต้นไตรมาส 2/2564 อยู่ที่ 28.7% สูงกว่าไตรมาส 2/2563 ที่ 25.5% และไตรมาส 1/2564 ที่ 27.5% ตามลำดับ จากการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดเชิงขนาด

อีกทั้งคาดการณ์ว่ารายได้รวมอยู่ที่ 646 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 18% จากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งหนุนจากคำสั่งซื้อที่มีเข้ามาต่อเนื่องโดยเฉพาะลูกค้าจากต่างประเทศแม้ลูกค้ามีการเลื่อนคำสั่งซื้อออกไปบางส่วนจากการขาดแคนตู้คอนเทนเนอร์แต่กระทบจำกัด นอกจากนี้บริษัทเริ่มรับรู้รายได้จากคำสั่งซื้อของ Warmart ในเดือนมิถุนายน 2564 รวมถึงธุรกิจได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า ดังนั้นเชื่อว่ากำไรสุทธิในช่วงไตรมาส 1/2564 ที่ผ่านมาจะเป็นจุดต่ำสุดของปีแล้ว

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ โควิด-19 ช่วยหนุนคำสั่งซื้อให้เพิ่มขึ้นจากซัพพลายในต่างประเทศที่ลดลง ซึ่งจะเป็นโอกาสของบริษัทในระยะยาวในการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าขณะที่บริษัทมีการปรับปรุงรูปแบบสินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า

ทั้งนี้ธุรกิจมีความน่าสนใจจากลูกค้ารายใหม่ช่วยหนุนรายได้การจัดการต้นทุนช่วยหนุนอัตรากำไรโดยต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้นส่งผลกระทบจำกัดเนื่องจากลูกค้าเป็นผู้รับภาระค่าขนส่ง ด้านต้นทุนกระป๋องที่มีแนวโน้มสูงขึ้นบริษัทมีการทำสัญญาซื้อกระป๋องล่วงหน้าไว้ทั้งปี 2564 กระทบจำกัดเช่นกันนอกจากนี้ยังมีเงินปันผลอยู่ในระดับ 4% แนะนำ ซื้อประเมินมูลค่าเหมาะสมที่ 8.50 บาทอิง PER16 เท่า

Back to top button