1,500 จุด! หุ้นเสี่ยงโดนขาย

ดัชนีตลาดหุ้นไทยขึ้นมายืนเหนือ 1,500 จุดได้อีกครั้ง แต่ยังไม่เท่ากับที่ขึ้นมาจุดสูงสุดในครั้งล่าสุดที่ระดับ 1,538 จุด


ดัชนีตลาดหุ้นไทยขึ้นมายืนเหนือ 1,500 จุดได้อีกครั้ง แต่ยังไม่เท่ากับที่ขึ้นมาจุดสูงสุดในครั้งล่าสุดที่ระดับ 1,538 จุด

วานนี้ปิด 1,516.91 จุด +26.81 จุด มูลค่าการซื้อขาย 82,023 ล้านบาท

การที่ดัชนีฯ กลับมายืนเหนือ 1,500 จุดได้อีกครั้งถือเป็น “จุดเชิงจิตวิทยา” มากกว่าจุดเปลี่ยนแนวโน้มใหญ่ทันที ดังนั้น คำถามจะไม่ใช่แค่ว่า “ดัชนีจะขึ้นต่อไหม” แต่ต้องถามว่า “ตลาดที่วิ่งขึ้นมาจะยืนได้ด้วยอะไร” มากกว่าครับ

ในทางเทคนิค ในช่วง 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า ดัชนีฯ มีโอกาส “ยืนได้” แต่ “ผันผวนสูง” เพราะแรงซื้อที่พาขึ้นมานั้น มาจากแรงของ 1.นักลงทุนสถาบัน 2.มีแรง Cover short หลังตลาดลงมาก่อนหน้า และ 3.“หุ้นขนาดใหญ่” บางตัวรีบาวด์แรง ส่วนฟันด์โฟลว์ ยังซื้อ ๆ ขาย ๆ ในตลาดหุ้นไทย 

หากย้อนกลับมาดูปัจจัยพื้นฐาน ทั้งโครงสร้างเศรษฐกิจ และพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียน ยังไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงสู่เชิงบวกอย่างมีนัยฯ มากสักเท่าไหร่ ที่จะทำให้มีแรงยืนยาวแบบนิ่ง ๆ ได้

ดัชนีฯ อาจจะแกว่งในกรอบ 1,480–1,520 จุด

เว้นแต่ หากมีข่าวเชิงบวกที่เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ ก็อาจจะมีโอกาสที่จะหนุนดัชนียืนเหนือ 1,500 จุดต่อไปได้

แต่ถ้าปัจจัยจากต่างประเทศเข้ามากดดัน เช่น บอนด์ยีลด์ ดอกเบี้ยสหรัฐฯ ความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์

ผมว่านะครับ ดัชนีมีโอกาสหลุด 1,500 จุดลงมาอีกได้

ทื่สำคัญ ดัชนีที่วิ่งขึ้นมาเหนือ 1,500 จุด จะเผชิญกับ “แรงขายทำกำไร” บวกกับนักลงทุนที่ติดหุ้นในระดับดัชนี 1,535 จุด ก่อนหน้านี้ จะถือโอกาสขายเพื่อขอทุนคืน หรืออาจะยอมขายขาดทุนบ้างเพื่อให้ขาดทุนน้อยสุด โดยเฉพาะเมื่อดัชนีขึ้นมาที่แนวต้านเดิมคือ ระหว่าง 1,520-1,535 จุด

กลุ่มหุ้นที่พาดัชนีขึ้นมาแล้วต้องระวังถูกขายทำกำไร เช่น กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อย่าง DELTA, HANA และ KCE ที่มีการขึ้นนำตลาดมาก่อน จนทำให้มูลค่าค่อนข้างตึงตัว จึงทำให้มีโอกาสที่จะถูกขายทำกำไรมากสุดครับ

กลุ่มน้ำมันที่นำโดย บมจ.ปตท. (PTT) และ ปตท.สผ. (PTTEP)

หากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอ่อนตัว บวกกับราคาหุ้นที่วิ่งขึ้นมาใกล้ชนแนวต้าน ทำให้อัพไซด์จำกัด จึงมีโอกาสที่จะถูกขายทำกำไรเช่นกัน

ส่วนกลุ่มธนาคารยังถูกจัดเป็นกลุ่มหุ้นให้เล่นรอบได้ทุกสถานการณ์ครับ

ซื้อที่แนวรับ ขายที่แนวต้าน ทั้ง KBANK BBL SCB 

จะสังเกตว่า อย่างวานนี้ หุ้นกลุ่มแบงก์วิ่งขึ้นมา เพราะมีแรงรับซื้อหลังหุ้นลงมาที่บริเวณแนวรับ บวกกับมีข่าวเกี่ยวกับ ส่วนต่างดอกเบี้ย หรือ NIM ทั้งนายแบงก์ และนักวิเคราะห์เอง ต่างมองกันว่า ไตรมาส 2/69 จะเป็นจุดต่ำสุดแล้ว หรือเริ่มนิ่ง ๆ ล่ะ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนหุ้นแบงก์ได้

หุ้นแบงก์ที่วิ่งขึ้นมา หากย้อนดูก่อนหน้านี้ จะเล่นกันไม่กี่วันครับ จากนั้นจะเริ่มขายทำกำไรกันล่ะ และมีโอกาสที่ราคาหุ้นจะลงมาต่ำกว่าแนวรับครั้งล่าสุด เช่น SCB ที่ขึ้นมารอบนี้ แล้วเกิดขายทำกำไรที่แนวต้าน จนกดดันราคาหุ้นร่วง และหากหลุด 130.00 บาท อาจทำให้ราคาลงมาที่ 126.00-127.00 บาท ที่เป็นแนวรับที่ลึกกว่าครั้งก่อน

หุ้นกลุ่มขนาดกลางและเล็ก ที่ดีดขึ้นมาแรง เป็นอีกกลุ่มหุ้นที่ต้องระวังถูกขายทำกำไรเช่นกัน

และเวลาหุ้นกลุ่มนี้ถูกขายทำกำไร จะลงแรงและเร็วมาก ๆ ครับ

ส่วนกลุ่มหุ้นที่ยืนได้ค่อนข้างแข็งแกร่ง หากตลาดถูกขายทำกำไร เช่น Defensive  อย่างหุ้นโรงไฟฟ้า และสื่อสาร

กลุ่มหุ้นปันผลสูง และหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว เช่น ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือจากนโยบายภาครัฐ

ดัชนีฯ แม้จะขึ้นมายืนได้เหนือ 1,500 จุด

แต่ยังไม่มีความมั่นคงมากนัก

Back to top button