BH บวก 2% รับงบ Q1 กำไร 1.79 พันลบ. ดีกว่าคาด! โบรกเคาะเป้า 216 บาท

BH บวกเกือบ 2% หลังโกลเบล็กระบุผลงานไตรมาส 1/2569 ดีกว่าคาด กำไรสุทธิแตะ 1.79 พันล้านบาท รับแรงหนุนไตรมาส 2/2569 คาดผู้ป่วยต่างชาติเติบโตต่อเนื่อง พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเหมาะสม 216 บาท ชี้ราคาหุ้นยังมีอัพไซด์ราว 20%


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (7 พ.ค.69) ราคาหุ้น บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH  ณ เวลา 11:16 น. อยู่ที่ระดับ 182.50 บาท บวก 3.50 บาท หรือ 1.96% สูงสุดที่ระดับ 183 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 178.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 549.27 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 ของบริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH มีรายได้จากกิจการโรงพยาบาลอยู่ที่ 6,204 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 5% จากไตรมาสก่อนหน้า

แม้รายได้จากกลุ่มผู้ป่วยชาวไทย ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 34% ของรายได้รวม จะหดตัวลง 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และความเข้มงวดของบริษัทประกันภัย แต่ยังได้รับแรงชดเชยจากรายได้กลุ่มผู้ป่วยต่างชาติ ซึ่งมีสัดส่วน 66% ของรายได้รวม ที่ยังเติบโตได้ 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้มีเทศกาลรอมฎอนในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2569

ทั้งนี้ รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติยังเติบโตโดดเด่น โดยกลุ่มตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น 21% เมียนมาเพิ่มขึ้น 15% และบังกลาเทศเพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะเดียวกัน อัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย หรือ EBITDA Margin ปรับตัวดีขึ้นสู่ระดับ 39.30% จากระดับ 37.70% ในไตรมาส 1/2568 และ 38.80% ในไตรมาส 4/2568 โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากความซับซ้อนของโรคในกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติ หรือ Revenue Intensity ที่สูงขึ้น ประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น รวมถึงการปรับขึ้นอัตราค่าบริการราว 4% ตั้งแต่ต้นปี 2569

ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ BH มีกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 1,790 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 5% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยผลประกอบการออกมาดีกว่าที่โกลเบล็กและตลาดคาดการณ์ไว้เล็กน้อย

สำหรับแนวโน้มไตรมาส 2/2569 ผู้บริหารประเมินว่ารายได้จะอยู่ในกรอบบวกลบ 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลางยังมีโมเมนตัมเชิงบวกจากการกลับมาใช้บริการหลังผ่านพ้นช่วงรอมฎอน ซึ่งจะช่วยเร่งการให้บริการรักษากลุ่มโรคซับซ้อน และสนับสนุนให้อัตราการทำกำไรปรับตัวดีขึ้น

โกลเบล็กระบุว่า ปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ไม่ได้ส่งผลกระทบเชิงลบต่อ BH อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นยังช่วยชดเชยผลกระทบจากปริมาณการส่งออกน้ำมันที่ลดลงในบางประเทศ นอกจากนี้ หากงบประมาณภาครัฐของกลุ่มประเทศตะวันออกกลางถูกจำกัดมากขึ้น อาจทำให้ประเทศไทยยังเป็นจุดหมายสำคัญของการเข้ารับการรักษาพยาบาล เนื่องจากมีคุณภาพการรักษาอยู่ในระดับสูง และมีค่าบริการต่ำกว่าเมื่อเทียบกับประเทศในยุโรป

นอกจากนี้ BH ได้สำรองยาและเวชภัณฑ์บางรายการล่วงหน้าประมาณ 1-3 เดือน เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากปัญหาการขาดแคลนอุปทาน และต้นทุนที่อาจปรับตัวสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม โกลเบล็กปรับลดประมาณการรายได้และกำไรสุทธิปี 2569 ลงเล็กน้อยราว 3% โดยคาดว่ารายได้ปี 2569 จะอยู่ที่ 25,595 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับปีก่อน และคาดกำไรสุทธิอยู่ที่ 7,631 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับปีก่อน

การปรับลดประมาณการดังกล่าวมีสาเหตุหลักจาก 2 ปัจจัย ได้แก่ 1) การปรับลดประมาณการเพื่อสะท้อนผลกระทบเชิงลบจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง แม้ยังเห็นโมเมนตัมเชิงบวกจากกลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลาง แต่การเดินทางเข้ามารับบริการรักษาอาจมีความยากลำบากมากขึ้น และ 2) กลุ่มผู้ป่วยชาวไทยยังมีแนวโน้มอ่อนแอจากภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงความเข้มงวดของบริษัทประกันภัย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยเด็ก

ทั้งนี้ โกลเบล็กยังประเมินว่าผลประกอบการของ BH ยังมีแนวโน้มเติบโตได้จาก Revenue Intensity ของการรักษาผู้ป่วยต่างชาติ ประกอบกับการปรับขึ้นค่าบริการตั้งแต่ต้นปี 2569 ราว 4%

สำหรับราคาเหมาะสมปี 2569 โกลเบล็กปรับลดลงมาอยู่ที่ 216 บาท จากเดิม 234 บาท โดยยังอิง Prospective P/E ที่ 22.5 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับ -1SD ของค่าเฉลี่ย 10 ปี และยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตของกลุ่มโรงพยาบาลที่ระดับ 35.4 เท่า

พร้อมกันนี้ ได้ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิต่อหุ้นปี 2569 เหลือ 9.60 บาทต่อหุ้น จากเดิม 9.96 บาทต่อหุ้น ส่งผลให้ราคาเหมาะสมใหม่อยู่ที่ 216 บาท อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นยังมีอัพไซด์จากราคาเป้าหมายราว 20% ขณะที่ราคาหุ้น BH ปรับตัวลดลงกว่า 17% นับตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มเกิดสงครามในตะวันออกกลาง สะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว ทำให้ Downside จำกัด จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”

Back to top button