ECL บวกแรง 8% นิวไฮรอบกว่า 3 ปี ลุ้นไตรมาส 4 ฟื้นเด่น แนะซื้อเป้า 3 บาท

ECL บวกแรง 8% นิวไฮรอบกว่า 3 ปี ลุ้นไตรมาส 4 ฟื้นเด่น-อัพกำไรปี 64-65 โตดี แนะซื้อเป้า 3 บาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(15 ธ.ค.64) ราคาหุ้นบริษัท ตะวันออกพาณิชย์ลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ ECL ณ เวลา 11:14 น.อยู่ที่ระดับ 2.96 บาท บวก 0.22 บาท หรือ 8.03% ราคาหุ้นปรับตัวแรงในรอบ 3 ปี 8 เดือน โดยเทียบตั้งแต่หุ้นยืนที่ระดับ 2.96 บาท เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 2561

บล.บัวหลวง ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้(29 พ.ย.2564) ว่า ECL แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 3.00 บาท แนวโน้มไตรมาส 4/2564 มองเชิงบวกหลังสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 เริ่มดูคลี่คลาย และกิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาคึกคักโดยเฉพาะพื้นที่ภาค ตะวันออกซึ่งเป็นแหล่งนิคมอุตสาหกรรม จึงคาดว่าพอร์ตสินเชื่อจะกลับมาขยายเป็น 4.7 พันล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 (ยังลดลงจาก 5.3 พันล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 แต่เพิ่มขึ้นจาก 4.4 พันล้านบาท ณ สิ้นงวด ไตรมาส 3/2564) และ รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น เทียบไตรมาสก่อนหน้า (ลดลง เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) ส่วนต่างดอกเบี้ยรับขยายตัว เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และเทียบไตรมาสก่อนหน้า

ขณะที่ผลขาดทุนจากการขายรถยึดลดลง เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน (ทรงตัว เทียบไตรมาสก่อนหน้า) หนุนให้ภาพรวมกำไรสุทธิมีแนวโน้มฟื้นตัวทั้ง เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และ เทียบไตรมาสก่อนหน้า ทั้งนี้ประเมินว่าบริษัทจะสามารถควบคุม NPL ราว 6.5% ของสินเชื่อรวมในไตรมาส 4/2564

เนื่องจากกำไรสุทธิงวด 9 เดือน คิดเป็น 80% ของคาดการณ์กำไรปี 2564 ที่คาดเดิม จึงนำมาสู่การปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 64-65 ขึ้น 4% และ 5% เป็น 158 และ 188 ล้านบาท ตามลำดับ  โดย 1) ปรับสมมติฐานพอร์ตสินเชื่อ ณ สิ้น ปี 2564เป็น 4.7 พันล้านบาท ลดลง 12% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน (เต็ม 6.9 พันล้านบาท) ให้สอดคล้องกับนโยบาย ระมัดระวังสินเชื่อในช่วง 9 เดือนปี 2564 ที่ผ่านมา และปรับลดสมมติฐานพอร์ต สินเชื่อ ณ สิ้นปี 2565 เป็น 5.2 พันล้านบาท (เดิม 7.4 พันล้านบาท) เป็นกลับมาเติบโต 11% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม 2) ได้ปรับเพิ่มส่วนต่าง ดอกเบี้ยรับปี 2564-2565 ขึ้น 0.67% และ 1.9% ตามลำดับ และปรับลด ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลง 27% และ 22% ตามลำดับ เพื่อให้ สอดคล้องกับตัวเลขที่เกิดขึ้นจริงในงวด 9 เดือน ปี 2564 และแนวโน้มในไตรมาส 4/2564-ปี 2565

ประมาณการกำไรปี 2565 เติบโต 19% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน เกิดจากพอร์ตสินเชื่อ ขยายตัว 11% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังกลับมาเร่ง ขยายสินเชื่อธุรกิจเดิมอีกครั้ง (ตามเศรษฐกิจ) และเริ่มธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียน (Car for Cash) ซึ่งให้ ดอกเบี้ยที่สูงกว่าพอร์ตเช่าซื้อรถยนต์ในปัจจุบัน รวมทั้งการเปิดตลาดใหม่อย่างรถพลังงานไฟฟ้า (EV) เชิง พาณิชย์ ซึ่งเป็นตลาดไหมที่ยังแข่งขันน้อย สงผลให้คาดส่วนต่างดอกเบี้ยรับขยายตัวขึ้นอย่างชัดเจนในปี 2565-2566

ส่วน NPL คาดว่าจะลดลงเป็นราว 5% ในปี 2565 และกลับมาใกล้เคียงปกติราว 3.5-4% ของ สินเชื่อรวมในปี 2566 ตามสถานการณ์เศรษฐกิจที่ฟื้นตัว ขณะที่ Coverage ratio คาดรักษาที่ราว 85% (ตามที่ทำได้จริงในไตรมาส 3/2564) ตามนโยบายยังไม่ตั้งสำรองพิเศษ

Back to top button