“ธนพิริยะ” เตรียมเคาะราคาขาย IPO คาดเทรด mai ได้กลางเดือนพ.ย.นี้

“ธนพิริยะ” หรือ TNP ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคภายใต้ชื่อ “ธนพิริยะ” เตรียมเคาะราคาขาย IPO จำนวน 200 ล้านหุ้น คาดเทรด mai ได้กลางเดือนพ.ย.นี้ โดยมีบล. อาร์เอชบี (ประเทศไทย) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน โบรกฯ ให้ราคาเหมาะสม 2.20-2.50บ.


นายรัฐชัย ธีระธนาวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย หุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ของบริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP เปิดเผยว่า TNP เตรียมกำหนดราคาเสนอขายหุ้นไอพีโอของ TNP และเซ็นสัญญาแต่งตั้งผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2558 โดยคาดว่าจะมีการเปิดจองซื้อหุ้นไอพีโอและเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ภายในสัปดาห์ที่ 3 เดือนพ.ย.

ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา TNP ได้เดินหน้านำเสนอข้อมูลต่อนักวิเคราะห์ และจัดงานนำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุน 4 จังหวัด ได้แก่ หาดใหญ่ กรุงเทพฯ เชียงราย และเชียงใหม่ ปรากฏว่าได้รับการตอบรับและความเชื่อมั่นเป็นอย่างดีจากทั้งนักลงทุนรายบุคคลและ สถาบัน สะท้อนความเชื่อมั่นในธุรกิจ และศักยภาพในการแข่งขันเพื่อเติบโตแข็งแกร่งต่อไป

“เราเชื่อมั่นว่า TNP จะเป็นหุ้นน้องใหม่อีกตัวหนึ่ง ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุน เห็นได้จากกระแสตอบรับจากการให้ข้อมูลต่อนักวิเคราะห์ และนักลงทุนในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เห็นศักยภาพทางธุรกิจ และโอกาสการเติบโตอย่างต่อเนื่องของร้านค้าปลีกท้องถิ่นไทย ขณะที่บทวิเคราะห์ได้ประเมินราคาเหมาะสม TNP อยู่ในช่วงระหว่าง 2.20-2.50 บาท ซึ่งโดยปกติหุ้นไอพีโอจะมีส่วนลดจูงใจให้นักลงทุนอยู่แล้ว แต่จะอยู่ที่อัตราส่วนเท่าไหร่นั้น ต้องขอพิจารณาและดูความเหมาะสมก่อน”นายรัฐชัย กล่าว

ด้าน นายธวัชชัย พุฒิพิริยะ กรรมการผู้จัดการ TNP ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้า อุปโภคบริโภคในจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า บริษัทจะเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 200 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.25 บาท เงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำไปสร้างศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย จำนวนประมาณ 150-200 ล้านบาท, ใช้เป็นเงินทุนในการขยายสาขา เพื่อขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าไปยังอำเภอต่างๆ ซึ่งตั้งเป้าหมายจะขยายสาขาในปี 2559 จำนวน 3 สาขา จากสิ้นปี 58 มี 12 สาขา และส่วนที่เหลือจะนำไปชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ

ทั้งนี้ เงินกู้ยืมส่วนใหญ่ของบริษัทเป็นเงินกู้ยืมระยะสั้น ซึ่งภายหลังการชำระคืนหนี้บางส่วนจะส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระ ดอกเบี้ยต่อทุนต่ำกว่า 0.5 เท่า ซึ่งเป็นตัวเลข ณ 30 มิ.ย.58

ด้าน เภสัชกรหญิงอมร พุฒิพิริยะ รองกรรมการผู้จัดการ TNP เปิดเผยว่า บริษัทมีการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง เป็นผลจากโมเดลธุรกิจที่วางไว้มีความแตกต่างและสามารถแข่งขันได้ในสภาวะที่ ธุรกิจค้าปลีกมีการแข่งขันที่รุนแรง อีกทั้ง การบริหารจัดการภายในที่มีมาตรฐานและมีประสิทธิภาพ และจากการขับเคลื่อนของการเปิดสาขาใหม่ สนับสนุนรายได้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 55-57) บริษัทมีการเติบโตเฉลี่ย 12.9% และเชื่อมั่นว่าในปีนี้บริษัทฯจะมีการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่องอีก

ศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในไตรมาส 3/59 พื้นที่ใช้สอยประมาณ 8,000-10,000 ตารางเมตร คาดว่าจะจะส่งผลให้บริษัทฯมีต้นทุนการบริหารจัดการบางส่วนลดลง และมีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เตรียมพร้อมรับโอกาสในการขยายสาขาต่อไป เน้นพื้นที่ในจังหวัดเชียงรายก่อนที่จะขยายไปยังจังหวัดใกล้เคียงเพื่อการเติบโตของธุรกิจค้าปลีกท้องถิ่นคนไทยต่อไป

อีกทั้ง หลังจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) เชื่อว่า จะเป็นอีกปัจจัยสนับสนุนการท่องเที่ยวในเชียงราย และเพิ่มการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคให้คึกคัก ซึ่งน่าจะส่งผลกับภาพรวมธุรกิจค้าปลีกค้าส่งให้เติบโตยิ่งขึ้น

สำหรับผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกของปี 58 บริษัทมีรายได้รวม 633.6 ล้านบาท กำไรสุทธิอยู่ที่ 14.8 ล้านบาท และเมื่อสิ้นปี 57 บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่  1,202 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่  45.4 ล้านบาท โดยบริษัทตั้งเป้าหมายรักษาระดับรายได้และกำไรสุทธิให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

Back to top button