ORI วิ่ง 4% เก็งกำไร Q3 เฉียดพันล้าน โบรกเคาะเป้า 13 บ. อัพไซด์ 18%  

ORI บวก 4% โบรกแนะนำราคาเป้าหมาย 13 บ. อัพไซด์ 18% คาดกำไรไตรมาส 3 แตะ 850-950 ล้านบาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (13 ก.ย.65) ราคาหุ้น บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ณ เวลา 14:42 น. อยู่ที่ระดับ 11 บาท บวก 0.40 บาท หรือ 3.77% สูงสุดที่ระดับ 11 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 10.70 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 103.32 ล้านบาท

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ยอด Presales เดือนก.ค.-ส.ค. 65 คาดเติบโต 57% จากงวดเดียวกันของปีก่อน  อยู่ที่ 7 พันล้านบาท แบ่งเป็น คอนโด 75% และแนวราบ 25% โดยสัดส่วนมาจากโครงการพร้อมอยู่ 50% ส่วนที่เหลือหลักๆจากโครงการใหม่เปิดในครึ่งปีแรก 65 ที่ทำ Take-up rate แล้วเฉลี่ย 70% บวกกับการเปิดตัวแนวราบในปลายเดือนส.ค. จำนวน 3 โครงการ มูลค่ารวม 3.2 พันล้านบาท ซึ่งยังได้รับผลตอบรับดีโดยเฉพาะโครงการทำเล Flagship ย่านบางนาที่บริษัท ถนัดอย่าง Britania Town Bangna KM.17 และ Britania Home Bangna KM.17 ทำยอดขาย 60-70% ของส่วนที่เปิดขาย ทำให้ช่วง 8 เดือนแรกปี 65 คิดเป็น 71% ของเป้าทั้งปี

ขณะที่มีโมเมนตัมเชิงบวกต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี จากแผนการเปิดตัวโครงการเพิ่มเติมในไตรมาส 3/65 สำหรับเบื้องต้นทางฝ่ายวิจัยประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 3/65 อยู่ที่ระดับ 850-950 ล้านบาท โดยคาดว่ามี Share Premium จากการเซ็น JV ใหม่ 3 โครงการ เพิ่มขึ้น 20-34% จากงวดเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 18-26% จากไตรมาสก่อน มีสาเหตุจากไตรมาส 2/65 มี One-time จากกำไรจากการซื้อโรงแรม Ibis ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี

อย่างไรก็ดีหากพิจารณากำไรปกติไตรมาส 3/65 คาดอยู่ที่ 600-650 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10-20% จากไตรมาสก่อน, 1-8% จากงวดเดียวกันของปีก่อน จาก 1) รับรู้คอนโด JV ทั้ง Park Origin Thonglor ที่โอนต่อเนื่องจากไตรมาส 2/65 และมีโครงการสร้างเสร็จใหม่อย่าง Park Origin Ratchathewi ที่เริ่มรับรู้ในช่วงปลายไตรมาส, 2) รายได้บริหารโครงการ JV ที่เพิ่มขึ้น ตามความคืบหน้าการขายโครงการเดิมและเซ็นสัญญาโครงการใหม่ ขณะที่ทิศทางกำไรปกติไตรมาส 4/65 คาดไต่ระดับขึ้นเป็นไตรมาสดีสุดของปีจากแผนส่งมอบโครงการ JV เพิ่มอีก 1 แห่งอย่าง Park Origin Chula-Samyan ในไตรมาส 4/65 บวกกับรับรู้แนวราบเร่งขึ้นตามการเปิดโครงการใหม่ที่กระจุกตัวในครึ่งปีหลัง 65

ทั้งนี้ทางฝ่ายวิจัยคงประมาณการกำไรปกติปี 65 อยู่ที่ 3 พันล้านบาท เติบโต 20% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และเติบโต 26% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ที่ 3.8 พันล้านบาทในปี 66 แนะนำราคาเป้าหมาย 13 บาท

Back to top button