UAC พุ่งกระฉูด 12% แย้มครึ่งหลังโตเด่น บุ๊กปิโตรเลียม Q4 เล็งอัพเป้ารายได้ปีนี้เพิ่ม

UAC พุ่งกระฉูด 12% แย้มครึ่งหลังโตเด่น-บุ๊กปิโตรเลียมหมายเลข L10/43 และ L11/43 ในไตรมาส 4/65 เล็งอัพเป้ารายได้ปีนี้เพิ่มจากเดิมตั้งไว้ที่ 2 พันล้านบาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(22ก.ย.65) ราคาหุ้นบริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ UAC ณ เวลา 15: 10 น. อยู่ที่ระดับ 5.40 บาท บวก 0.58 บาท หรือ 12.03% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 75.44 ล้านบาท

โดยก่อนหน้านี้นายชัชพล ประสพโชค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ UAC เปิดเผยว่า บริษัทมีโอกาสที่จะปรับเป้ารายได้ปีนี้เพิ่ม จากเดิมที่ตั้งไว้ที่ 2,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,520 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งแรกของปีนี้บริษัททำรายได้รวมแล้ว 889.57 ล้านบาท ขณะที่ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ คาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีแรก มาจากการเติบโตของทุกธุรกิจ

โดยในส่วนของธุรกิจเทรดดิ้ง คาดว่าไตรมาส 3/2565 จะกลับสู่ภาวะปกติ หลังจากที่ไตรมาส 2 ที่ผ่านมาธุรกิจเทรดดิ้งมีการชะลอตัวบ้าง จากการส่งสินค้าล่าช้า ขณะที่กลุ่มธุรกิจไฟฟ้ายังเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ซึ่ง PPP ได้รับ Associated Gas ตามแผนที่วางไว้และราคาผลิตภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก โรงไฟฟ้าเสาเถียรและโรงไฟฟ้าประดู่เฒ่า สามารถผลิตไฟฟ้าได้สูงกว่าแผนที่วางไว้ โรงไฟฟ้าพืชพลังงานแม่แตงมีรายได้เพิ่มขึ้น และโรงไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ยังสามารถผลิตไฟฟ้าได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

ทั้งนี้ เป้ารายได้ปีนี้จำนวน 2,000 ล้านบาท ยังไม่รวมรายได้จากโครงการลงทุนในแหล่งผลิตปิโตรเลียมหมายเลข L10/43 และ L11/43 ในพื้นที่ผลิตปิโตรเลียมอรุโณทัยและบูรพา จังหวัดสุโขทัย ปัจจุบันได้เข้าสำรวจปริมาณปิโตรเลียมสำรองในพื้นที่สัมปทานดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคาดว่าจะเริ่มผลิตน้ำมันตั้งแต่เดือน ก.ย.นี้ ซึ่งตั้งเป้าผลิต 300 บาร์เรลต่อวัน และจะทยอยรับรู้รายได้เข้ามาในไตรมาส 4/2565 คาดจะสร้างรายได้เพิ่มประมาณ 250 ล้านบาทต่อปี

สำหรับสถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV charging station) ภายใต้ “พีพีดับบลิวอี” (PPWE) ซึ่งร่วมลงทุนกับ บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ QTC บริษัทได้เริ่มทยอยเปิดสถานีให้บริการได้ 2 สถานีแรกที่จังหวัด นครราชสีมา (โคราช) ทั้งขาเข้า และขาออก และทยอยเปิดดำเนินการอีก 2 สถานี ภายในต้นไตรมาส 4/2565 ส่งผลให้ภายในปีนี้ จะมี EV Charging Station จำนวน 4 สถานี 12 หัวจ่ายตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

ส่วนการดำเนินงานปี 2566 บริษัทยังคงเป้ารายได้เติบโตไม่น้อยกว่า 15% จากปีก่อน หลัก ๆ จะมาจากรายได้ธุรกิจปิโตรเลียมที่รับรู้เต็มปี รวมทั้งคาดว่าจะสามารถบันทึกรายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนภูผาม่าน ที่จังหวัด ขอนแก่น ขนาดการผลิตไฟฟ้า 3 เมกะวัตต์เพิ่มเข้ามา และโรงงาน RDF ที่ สปป.ลาว ปริมาณ 15,000 ตันต่อปี เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์ จะเดินเครื่องไตรมาส 2/2566 ทำให้ในปี 2566 บริษัทจะมีรายได้เพิ่มเติมเข้ามามากขึ้น

Back to top button