“ดาวฟิวเจอร์” บวกกว่า 300 จุด หลังน้ำมันดิบร่วงเกือบ 6% เจรจาสหรัฐ-อิหร่านคืบหน้า

ดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งกว่า 300 จุด รับแรงหนุนราคาน้ำมัน WTI ร่วงเกือบ 6% หลังสหรัฐฯ และอิหร่านส่งสัญญาณคืบหน้าเจรจายุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงภาคเช้า 26 พ.ค. 69 ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 300 จุด โดยได้รับแรงหนุนจากการร่วงลงของราคาน้ำมันดิบ หลังมีสัญญาณเชิงบวกเกี่ยวกับความคืบหน้าในการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยืดเยื้อมานานหลายเดือน

ณ เวลา 08:50 น. ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งขึ้น 306 จุด หรือ 0.60% แตะระดับ 50,973 จุด

ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ปรับตัวลดลงเกือบ 6% หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social เมื่อวันจันทร์ (25 พ.ค.) ระบุว่า การเจรจากับอิหร่านกำลังดำเนินไปด้วยดี และอาจนำไปสู่ข้อตกลงครั้งสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย

นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังเรียกร้องให้ประเทศอาหรับ รวมถึงอิหร่าน ร่วมลงนามใน “ข้อตกลงอับราฮัม” ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือด้านการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอล เพื่อสร้างเสถียรภาพและความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจในภูมิภาค

“การเจรจากับสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี ซึ่งอาจเป็นข้อตกลงครั้งใหญ่สำหรับทุกฝ่าย แต่หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ความขัดแย้งอาจกลับมารุนแรงกว่าเดิม และไม่มีใครต้องการเห็นสถานการณ์เช่นนั้น” ปธน.ทรัมป์ ระบุ

ด้านสื่อต่างประเทศรายงาน โดยอ้างแหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่อิหร่านว่า หัวหน้าคณะเจรจาและรัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน ได้เข้าพบนายโมฮัมเหม็ด บิน อับดุลเราะห์มาน บิน จัสซิม อัล ทานี นายกรัฐมนตรีกาตาร์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางในการบรรลุข้อตกลงยุติความขัดแย้งดังกล่าว

Back to top button