
เร่ขายซากหุ้น?
หลังจากที่อีฉันเม้าท์เรื่องชาวบ้านไปเมื่อวันก่อน ต่อจากนั้นก็มีสายข่าวแจ้งเรื่องร้อนเข้ามาไม่ขาดสาย แต่เรื่องที่อีฉันสนใจมากสุดก็คือ “บ.สยาม เอไอ”
หลังจากที่อีฉันเม้าท์เรื่องชาวบ้านไปเมื่อวันก่อน ต่อจากนั้นก็มีสายข่าวแจ้งเรื่องร้อนเข้ามาไม่ขาดสาย แต่เรื่องที่อีฉันสนใจมากสุดก็คือ “บ.สยาม เอไอ” หรือ “Siam AI” ซึ่งตกเป็นขี้ปากชาวบ้านเม้าท์กันอย่างฉ่ำก่อนหน้านี้ แต่ประเด็นที่แตกต่างไปจากคนอื่น ๆ ดันอยู่ตรงที่มีการพูดกันว่า ตอนนี้มีการเร่ขายหุ้นให้กับกลุ่มทุนใหญ่ เพราะต้องการให้คนที่มีความเชี่ยวชาญกว่าเข้ามาดำเนินการแทนจ้า!
ว่ากันว่า สาเหตุที่เจ้าของต้องการขายหุ้น เพราะนายทุนที่ให้เงินมาลงทุนราว 9 พันล้านบาท กำลังเรียกเงินที่เคยให้ยืมลงทุนในธุรกิจชิปคืน ซึ่งทำให้พ่อหนุ่มคนดังกล่าวต้องต่อสายหาพวกกระเป๋าหนักทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดยรายที่เด่น ๆ และมีศักยภาพกลายเป็นพวกสิงคโปร์ และฮ่องกง ขณะที่ฝั่งไทยยังสงวนท่าทีในการเจรจาดังกล่าว เพราะไม่อยากเข้าไปเสี่ยงในหมู่บ้านกระสุนตกเจ้าค่ะ
แม้ก่อนหน้านี้ “สยามเอไอ” จะมีการออกมาชี้แจงข่าวที่มีการอ้างว่า มีบริษัทสัญชาติไทยที่อยู่เบื้องหลังการผลักดัน “AI แห่งชาติของไทย” กำลังถูกอัยการสหรัฐฯ ตรวจสอบว่ามีส่วนช่วยลักลอบส่งออกชิปเอไอของ Nvidia มูลค่าหลายหมื่นล้านบาทไปยังจีน โดยหนึ่งในปลายทางของอุปกรณ์เหล่านั้น อาจรวมถึงบริษัทเทคยักษ์ใหญ่ของจีนอย่าง “Alibaba Group” นั้น..ไม่เกี่ยวข้องกับบริษัท แต่ผู้คนส่วนใหญ่ดันปักใจเชื่อไปแล้วนะซี
ทั้งที่ทาง “สยามเอไอ” แถลงชัดเจนว่า ยินดีให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับการสืบสวนของรัฐบาลสหรัฐฯ ผนวกกับอัยการไม่ได้ระบุชื่อบริษัทดังกล่าวโดยตรง น่าจะทำให้ผู้คนเข้าใจในตัวบริษัทมากขึ้น แต่ดันมีข่าวหลุดออกมาว่า บริษัทที่ถูกทางการสหรัฐฯ พาดพิงถึงคือ “OBON Corp.” ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศไทย และเป็นบริษัทที่อยู่เบื้องหลังการก่อตั้งสยาม เอไอซะอย่างนั้น!..อิอิอิ
ที่ร้ายไปกว่านั้นคือ บรรดาพวกขาเผือกมีการอธิบายไปถึงขั้นตอนการแยกชิปไปขาย มันเริ่มจากการสั่งซื้อมาทั้งเมนบอร์ด ต่อจากนั้นทำการชำแหละชิปออกมาเพื่อส่งขายต่ออีกทอดหนึ่ง แต่เรื่องดันมาตึงโป๊ะอีตอนเริ่มใช้ชิปเอไอที่ประเทศจีน ซึ่งมีการจับคลื่นสัญญาณได้ว่า ไม่ได้มาจากประเทศไทย และซีเรียลนัมเบอร์ของชิปดังกล่าวถูกขายให้คู่ค้าที่ประเทศไทยไงล่ะคะ
งานนี้จริงเท็จประการใด? ไม่มีใครรู้ได้ แต่ที่แน่ ๆ เรื่องนี้มีการเม้าท์มอยกันเยอะมาก “โมนิก้า” เลยหวังในใจว่า ผู้ก่อตั้ง และซีอีโออย่าง “รัตนพล วงศ์นภาจันทร์” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ซัน” ซึ่งเป็นบุตรชายของ “เยาวเรศ ชินวัตร” (น้องสาวของทักษิณ ชินวัตร) และมีศักดิ์เป็นหลานของอดีตนายกรัฐมนตรี น่าจะออกมาอธิบายเรื่องดังกล่าวให้สังคมรับรู้อีกครั้ง ซึ่งอีฉันยินดีเป็นกระบอกเสียงให้ด้วยความเต็มใจ..รักนะเด็กน้อย
ไหน ๆ ก็เม้าท์ถึงเรื่องหุ้นเทคฯ ขึ้นมาทั้งที “โมนิก้า” ขอหันไปมองหุ้น CCET เพื่อชี้ให้เห็นการขึ้นมาปิดที่ระดับ 9.15 บาท บวกไป 1.20 บาท หรือขึ้นไป 15% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.25 พันล้านบาท โดยใช้เวลาแค่ 4 วันราคาหุ้นขึ้นเกือบ 30% แบบนี้..ว่ากันว่าเป็นผลมาจากออเดอร์ซื้อชิปเอไอเข้ามาเป็นจำนวนมาก และเป็นที่น่าจับตาว่า กำไรไตรมาส 2 จะโตกระฉูดขนาดไหน!..ขาลุยถึงใส่กันอุตลุดจ้า
เช่นเดียวกับอดีตเจ้าพ่อแบล็กเบอรี่อย่างหุ้น SMT ก็เป็นหุ้นอีกหนึ่งตัวที่รับอานิสงส์ชิปเอไอแบบจัดเต็ม ส่งผลให้ราคาหุ้นในช่วง 2 วันวิ่งระเบิดระเบ้อ จากก่อนหน้านี้ยืนหงอยอยู่ที่ระดับ 2.10 บาท แต่วันนี้ราคาหุ้นขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 2.86 บาท บวกไป 0.32 บาท หรือขึ้นไป 12.60% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 204 ล้านบาท กลายเป็นช็อตที่ต้องไหลตามน้ำอย่างแน่นอน เพราะกระแสชิปเอไอมาแรงค่ะ
โมนิก้าและทีมงาน