KKP หั่นจีดีพีไทยปี 66 โตเหลือ 3.3% ชี้เศรษฐกิจฟื้นช้าสุดภูมิภาค

“KKP” ชี้ เศรษฐกิจโลกไม่สดใส ส่งผลกระทบต่อไทย ประเมินหั่นจีดีพีเหลือ 3.3% เผยการท่องเที่ยวยังดีฟื้นตัวโตต่อเนื่อง


เมื่อวันนี้ 31 มี.ค. 66 KKP Research โดย บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ได้มีการออกรายงานเรื่อง “เมื่อเศรษฐกิจโลกไม่สดใส ส่งออกไทยเสี่ยงหดตัวแรง” โดยชี้สถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปัจจุบันเป็นช่วงเวลาที่มีความไม่แน่นอนสูงขึ้นและเป็นช่วงที่ใกล้ถึงจุดวกกลับ (Turning Point) ของเศรษฐกิจ สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปจากอดีตอย่างมากทำให้การประเมินภาวะเศรษฐกิจทำได้ยากและมีความท้าทายมากขึ้น ขณะเดียวกันในระยะที่ผ่านมา เศรษฐกิจโลกเผชิญหน้ากับปัญหาเงินเฟ้อสูงแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาในรอบหลายสิบปีทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ซึ่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่เร็วและแรงส่งผลให้คนเริ่มกังวลว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวลงและรวมทั้งสร้างความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นต่อเสถียรภาพของระบบการเงิน

สำหรับเหตุการณ์ในปี 2566 เหตุการณ์ของ Silicon Valley Bank ได้เพิ่มความกังวลและสั่นคลอนภาคธนาคารทั้งในสหรัฐ ฯ และยุโรป ทำให้เกิดความกังวลว่าวิกฤติทางการเงินจะเกิดขึ้นอีกครั้งหรือไม่  โดยในระยะสั้นการตอบสนองของภาครัฐที่รวดเร็วและการอัดฉีดสภาพคล่องเพิ่มเติมให้กับภาคธนาคารได้ช่วยลดแรงกดดันและป้องกันไม่ให้ปัญหาลุกลามไปได้  แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าภาวะทางการเงินที่เริ่มตึงตัวขึ้นเร็วจะส่งผลต่อให้เศรษฐกิจชะลอตัวลงมากขึ้นได้ ในขณะที่เงินเฟ้อที่ยังส่งสัญญาณค้างสูงจะทำให้นโยบายการเงินไม่สามารถกลับมาสนับสนุนเศรษฐกิจได้อย่างเต็มที่

จนมีคำถามว่าภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูงแบบนี้ เศรษฐกิจไทยจะได้รับผลกระทบอย่างไร  โดย KKP Research ยังคงประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2566 มีความเสี่ยงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกมากขึ้น แต่ยังขยายตัวได้จากแรงส่งของการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว จากฐานที่อยู่ในระดับต่ำกว่าปกติมาก ประกอบกับการกลับมาของอุปสงค์ที่อั้นอยู่ของนักท่องเที่ยวจีน (Pent-up demand) ซึ่งมีแนวโน้มปรับตัวชัดเจนตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป สำหรับการฟื้นตัวที่ดีขึ้นกว่าที่คาดทำให้คาดว่านักท่องเที่ยวจะกลับเข้ามาท่องเที่ยวในไทยได้มากขึ้นกว่าที่ประเมินไว้จากเดิม 25.1 ล้านคน เป็น 29.8 ล้านคนในปี 66 และคาดว่าในจำนวนนี้เป็นนักท่องเที่ยวจีนจำนวน 5 ล้านคน  พร้อมกับประเมินว่าการท่องเที่ยวจะเป็นแรงส่งหลักเกือบทั้งหมดของเศรษฐกิจไทยในปี 66

อย่างไรก็ดี การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและอุปสงค์จากต่างประเทศจะส่งผลสำคัญต่อความสามารถในการส่งออกสินค้าของไทย ประกอบกับฐานที่สูงในปีก่อนทำให้เริ่มเห็นสัญญาณการชะลอตัวอย่างหนักของการส่งออกทั้งของไทยและภูมิภาคในช่วงที่ผ่านมา จะเป็นแรงฉุดที่สำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้ทำให้ในภาพรวม KKP Research ปรับประมาณการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจลงจาก 3.6% เหลือ 3.3% ซึ่งจะยังคงทำให้ “เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ช้าที่สุดประเทศหนึ่งในภูมิภาค”

ขณะเดียวกัน KKP Research คาดว่าเศรษฐกิจโลกอย่างน้อยในปีนี้จะสามารถหลีกเลี่ยงการเกิดวิกฤติการเงินไปได้ แต่เงินเฟ้อที่ค้างอยู่ในระดับสูงยังเป็นความเสี่ยงสำคัญ โดยนโยบายการเงินที่ยังคงต้องตึงตัวต่อเนื่องจะทำให้ความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดในภาคการเงินที่เปราะบางยังสามารถเกิดขึ้นได้ ซึ่งจะยังคงทำให้ “เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้แบบเปราะบางและอ่อนไหวต่อความเสี่ยงภายนอก”

Back to top button