‘วิกฤติราคาน้ำมัน’ กับดักเศรษฐกิจไทย..!!

ท่ามกลาง “ภูมิรัฐศาสตร์” ดินแดนตะวันออกกลางเกิดความตึงเครียดและไม่มีทีท่าว่าจะจบลงได้อย่างชัดเจน


ท่ามกลาง “ภูมิรัฐศาสตร์” ดินแดนตะวันออกกลางเกิดความตึงเครียดและไม่มีทีท่าว่าจะจบลงได้อย่างชัดเจน ล่าสุดจาก KKP Research ส่งสัญญาณเตือน แม้มีการปรับประมาณการ GDP ปี 2569 ขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 1.8% แต่นั่นไม่ใช่ตัวเลขที่น่าไว้วางใจนัก เพราะเบื้องหลังทศนิยมที่เพิ่มขึ้น คือ ความเสี่ยงที่ไทยอาจเผชิญกับภาวะ “ถดถอยเชิงเทคนิค” (Technical Recession) หากราคาน้ำมันโลกทะยานแตะระดับ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นเวลานาน..!!

แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรก 1/2569 ดูเหมือนจะได้รับอานิสงส์จาก “ลมส่งท้าย” จากปีก่อนหน้า ทั้งจากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐที่ค้างท่อ และปรากฏการณ์ “เปลี่ยนจุดหมาย” ของนักท่องเที่ยวจีน ที่หันหลังให้ญี่ปุ่นแล้วหลั่งไหลเข้าสู่ไทยแทน จนทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวคาดการณ์พุ่งสูงถึง 35.1 ล้านคน ทว่าอาจเป็นเพียงภาพลวงตาหากต้นทุนพลังงาน เข้ามากัดกินกำลังซื้อของครัวเรือนไทย

“โครงสร้างเศรษฐกิจไทย” ปัจจุบันเปรียบเสมือนบ้านที่พึ่งพาพลังงาน จากภายนอกสูงถึง 6.5% ของ GDP ถือเป็นสัดส่วนสูงสุดในภูมิภาค เมื่อราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น มันจึงไม่ได้กระทบแค่ค่าขนส่ง แต่มันส่งผ่านไปยังราคาสินค้าอุปโภคบริโภคทุกชนิด 

ขณะที่หนี้ครัวเรือนยังเป็น ชนักติดหลัง ทำให้ผู้บริโภคไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตัดลดค่าใช้จ่ายส่วนเกินเพื่อนำมาจ่ายค่าพลังงานพื้นฐาน สถานการณ์นี้กำลังผลักดันให้ไทยเข้าใกล้ภาวะ Stagflation หรือ ภาวะเงินเฟ้อพุ่งสูงท่าม กลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ซึ่งเป็นฝันร้ายที่สุดของนักนโยบายการเงิน

ส่วน “ภาคการผลิต” แม้อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อย่าง Hard Disk Drive (HDD) จะมียอดการผลิตดูดีขึ้นจากการย้ายห่วงโซ่อุปทาน แต่หากขุดลึกลงไปจะพบความจริงที่น่าตกใจว่า อุตสาหกรรมดั้งเดิมจำนวนมาก มีอัตราการใช้กำลังการผลิตต่ำกว่า 40%

สะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันที่ถดถอยลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับสินค้านำเข้าราคาถูกจากต่างประเทศ ที่ทะลักเข้ามาทำลายฐานการผลิตในประเทศ

นอกจากปัจจัยด้านพลังงานแล้ว “พายุการค้า” จากฝั่งสหรัฐ เป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่มองข้ามไม่ได้ การที่ไทยเกินดุลการค้ากับสหรัฐสูงเป็นอันดับ 7 ของโลก ทำให้ไทยตกเป็นเป้าสายตาของการตรวจสอบตามมาตรา 301 อย่างเลี่ยงไม่ได้ โดย เฉพาะข้อสงสัยเรื่องการเป็น “ทางผ่าน” ให้สินค้าจีนเพื่อเลี่ยงภาษี หากสหรัฐตัดสินใจบังคับใช้กฎเกณฑ์ที่เข้มงวด เครื่องยนต์การส่งออกที่เคยเป็นที่พึ่งสุดท้ายอาจดับวูบลงได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตามท่ามกลางวิกฤตยังมี “หน้าต่างแห่งโอกาส” จากเสถียรภาพทางการเมืองที่ชัดเจนขึ้น การจับมือกันของขั้วอำนาจทางการเมืองหลักทำให้รัฐบาล มีความแข็งแกร่งพอที่จะผลักดัน การปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ที่ค้างคามานาน ไม่ว่าจะเป็นการเจรจา FTA การยกระดับผลิตภาพแรงงานผ่าน AI หรือการเข้าเป็นสมาชิก OECD ปัจจัยเหล่านี้จะเป็นวัคซีนสำคัญที่จะช่วยให้เศรษฐกิจไทย หลุดพ้นจาก “กับดักรายได้ปานกลาง” ในระยะยาว

ปี 2569 จึงไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลข GDP ว่าจะโตเท่าไหร่ แต่มันคือการวัดกึ๋นของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าจะบริหารจัดการและวางกรอบนโยบายอย่างไร ช่วงวันที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงแบกหนี้มหาศาล และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างการกระตุ้นเศรษฐกิจกับการรักษาเสถียรภาพทางการเงิน ท่ามกลางโลกที่ผันผวนเกินกว่าตำราเศรษฐศาสตร์เล่มเดิมจะประเมินได้..!!?

Back to top button